กันดั้มเวอร์ซาโก

NRX-0013 Gundam Virsago

First appearance After War Gundam X
Designer Kunio Okawara
Head height 17.8 m
Base weight 8.1 t
Armor lunar titanium alloy
Special feature Flash system
Armaments

  • beam saber
  • strike claw/claw beam gun
  • mega sonic cannon
  • strike shooter

หนึ่งในกันดั้มที่สหพันธ์โลกใหม่พัฒนาอย่างลับๆหลังสงครามอวกาศครั้งที่ 7โดยใช้พื้นฐานของ GB-9700 กันดั้มเบลเฟกอร์ ซึ่งการปรากฏตัวของกันดั้มเวอร์ซาโกนั้นเป็นหลักฐานว่าเทคโนโลยีของสหพันธ์โลกใหม่ได้ฟื้นฟูถึงระดับที่ก้าวหน้ากว่าสมัยสงครามอวกาศครั้งที่ 7แล้ว สมรรถนะของกันดั้มเวอร์ซาโกนั้นสูงกว่ากันดั้มในสมัยสงครามอวกาศครั้งที่ 7 และด้านหลังก็มีแผงระบายความร้อนซึ่งก็เป็นไบน์เดอร์ปีกแบบพับได้ที่ช่วยเสริมความคล่องแคล่วขณะที่เคลื่อนไหวไปด้วย ที่ข้อมือทั้งสองข้างของกันดั้มเวอร์ซาโกมีกรงเล็บติดบีมกันพับเก็บไว้และแขนของกันดั้มเวอร์ซาโกก็มีกลไกเก็บท่อนแขนไว้ในไหล่ซึ่งสามารถกางยืดออกมาเพื่อใช้กรงเล็บโจมตีจากระยะห่างได้ การเคลื่อนไหวที่กว้างกว่าปกติของแขนทั้งสองยังทำให้กันดั้มเวอร์ซาโกสามารถใช้บีมเซเบอร์หรือบีมกันโจมตีจากมุมที่โดยทั่วไปแล้วทำไม่ได้ กันดั้มเวอร์ซาโกยังสามารถติดสไตรค์ชูตเตอร์ซึ่งเป็นบีมกันสามลำกล้องไว้ที่มือได้ ซึ่งที่สไตรค์ชูตเตอร์นี้ยังมีกรงเล็บติดเพิ่มไว้ อาวุธที่รุนแรงที่สุดของกันดั้มเวอร์ซาโกก็คือปืนคลื่นเสียงที่ท้อง เมก้าโซนิคแคนน่อน ซึ่งในขณะที่ใช้งานนั้นกันดั้มเวอร์ซาโกจะต้องใช้เล็บยึดตัวเองไว้กับพื้นแล้วยืดส่วนลำตัวขึ้นทำให้ส่วนลำตัวของเวอร์ซาโกดูเหมือนหน้าปิศาจอ้าปาก เมก้าโซนิคแคนน่อนนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นอาวุธยิงที่รุนแรงที่สุดโดยที่ไม่ต้องใช้พลังงานจากภายนอกเหมือนแซทเทอไลท์แคนน่อน

กันดั้มเวอร์ซาโกนั้นยังคงมีแฟลชซิสเต็ม แต่นักบินของกันดั้มเวอร์ซาโกคือชาเกีย ฟรอสต์นั้นเป็นคาเทกอรี Fซึ่งแม้จะมีโทรจิตแบบนิวไทป์ก็ไม่สามารถบังคับโมบิลบิทได้ ในภายหลังกันดั้มเวอร์ซาโกยังได้รับการปรับปรุงต่อมาเป็น NRX-0013-CB กันดั้มเวอร์ซาโกเชสต์เบรค ซึ่งตั้งชื่อตามที่ได้เพิ่มปืนคลื่นเสียงไว้อีกสองกระบอกที่หน้าอกซึ่งเวลาใช้งานนั้นจะเปิดแผ่นเกราะอกอ้าออก พลังทำลายของปืนคลื่นเสียงสามกระบอกนี้เทียบรวมกันแล้วได้กับแซทเทอไลท์แคนน่อนซึ่งแม้จะต้องใช้เวลาในการชาร์จพลังงานนานขึ้นแต่ก็สามารถเลือกยิงจากที่ท้องกระบอกเดียวเหมือนเดิมได้ ส่วนไบน์เดอร์ปีกได้รับการปรับปรุงเป็นหกแผงให้ใช้เป็นแผงระบายความร้อนได้ดีขึ้น สมรรถนะของกันดั้มเวอร์ซาโกเชสต์เบรคยังสูงกว่าเดิม และส่วนแขนก็แก้ไขโดยเอาเกราะโครงบางส่วนออกแล้วโยงด้วยสายเคเบิลแทนทำให้เคลื่อนไหวได้มากขึ้นแต่มีกำลังกระแทกสูงขึ้น บีมกันติดกรงเล็บก็มีพลังทำลายที่สูงขึ้น และในการต่อสู้เพื่อยึด DOME ขณะที่ DOMEพาตัวผู้นำของทั้งสองฝ่ายกับลูกเรือฟรีเดนไปพบนั้น พี่้น้องฟรอสต์ได้ทำลาย Gบิทที่นำทางและทำการควบคุมสถานีส่งคลื่นไมโครเวฟทำให้กันดั้มเวอร์ซาโกเชสต์เบรคกับกันดั้มแอชทารอนเฮอร์มิตแครบสามารถใช้งานแซทเทอไลท์ซิสเต็มได้ โดยกันดั้มเวอร์ซาโกเชสต์เบรคจะใช้ปืนคลื่นเสียงที่ท้องเชื่อมต่อกับปืนแซทเทอไลท์ลันเชอร์แล้วใช้ไบน์เดอร์ปีกเป็นรับคลื่นไมโครเวฟพร้อมกับเป็นแผงแปลงพลังงานไปในตัว

ใน Gundam X Hyper Guide ยังมีดีไซน์ของเวอร์ซาโกที่ออกแบบไว้ให้นิวไทป์ใช้งาน คือ เวอร์ซาโกแอซแซสซิน เวอร์ซาโกแอสแซสซินนี้ต่างจากรุ่นดั้งเดิมคือไม่มีปืนเมก้าโซนิคแคนน่อนติดไว้แต่เสริมเวอเนียร์เพื่อให้มีความเร็วสูงขึ้น ส่วนแขนนั้นสามารถใช้พลังจิตบังคับผ่านแฟลชซิสได้ และส่วนเท้าก็เปลี่ยนเป็นกรงเล็บแรปเตอร์คลอว์ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับที่แขน ทั้งยังติดตั้งบีมเรลกันเอาไว้ แต่เนื่องจากดีไซน์เดิมของเวอร์ซาโกนั้นไม่ได้ออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานที่จ่ายพลังงานได้มากพอและสหพันธ์ใหม่ไม่มีนักบินที่สามารถใช้งานแฟลชซิสเต็มได้จึงไม่มีการสร้างจริง นอกจากนั้นยังมีดีไซน์ของ แวชทารอน ซึ่งเป็นเวอร์ซาโกที่เปลี่ยนท่อนล่างเป็นร่าง MAของแอชทารอน เน้นการต่อสู้ด้วยความเร็วสูง นอกจากสไตรค์คลอว์กับอตอมมิคซิสเซอร์แล้ว แวชทารอนยังมีเคียวบีมขนาดใหญ่กับดาบที่ไหล่

nrx-0013-cb.jpg

NRX-0013-CB Gundam Virsago Chest Break

First appearance After War Gundam X
Designer Kunio Okawara
Head height 17.8 m
Base weight 8.3 t
Armor lunar titanium alloy
Special feature Flash system
Armaments

  • beam saber
  • strike claw/claw beam gun
  • triple sonic cannon
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License