อื่นๆ
dcam-005.jpg

DCAM-005 Barelion

First appearance Super Robot Wars Original Generation
Designer Seiji Ono
Overall height 23.6 m
Weight 24.7 t
Powerplant plasma generator
Special feature Tesla drive
Armaments

  • missile launcher
  • beam cannon
  • big head railgun

AMของกองกำลัง DCที่พัฒนาต่อมาจากลิออน บาเรลลิออนนั้นได้รับการออกแบบให้เป็นป้อมปืนสำหรับยิงสนับสนุนระยะไกลโดยตัดการทำงานที่เห็นว่าไม่จำเป็นทิ้งไปทั้งหมด มีอาวุธหลักเป็นเรลกันขนาดใหญ่ที่หัว ซึ่งใช้คุณสมบัติ Tดอทแอร์เรย์ของเทสลาไดรฟ์เพิ่มประสิทธิภาพของเรลกันเหมือนเป็นลำกล้องปืนที่ยื่นออกไปอีก ขับเคลื่อนด้วยเทสลาไดรฟ์และมีเกราะหนา ส่วนขาจึงมีไว้สำหรับลงจอดบนพื้นเท่านั้น เนื่องจากบาเรลลิออนนั้นจะปฏิบัติการเป็นทีมจึงไม่สนใจการต่อสู้ระยะประชิดตัวและติดอาวุธเสริมเป็นบีมแคนน่อนแฝดและมิสไซล์ลันเชอร์ บาเรลลิออนยังใช้เครื่องยนต์พลาสมาเป็นแหล่งพลังงาน เนื่องจากโครงสร้างของบาเรลลิออนนั้นค่อนข้างเรียบง่ายจึงผลิตได้ง่ายมาก DCยังได้พัฒนาบาเรลลิออนต่อมาเป็น DCAM-005V ซึ่งปรับให้ป้องกันตัวในระยะประชิดได้ดีขึ้นและติดตาข่ายไฟฟ้า สไปเดอร์เน็ต ไว้ กับ DCAM-005C ซึ่งเพิ่มระยะหวังผลของเรลกันให้ไกลขึ้นอีก ซึ่งรูปแบบของแบบ C นั้นต่อมาก็พัฒนาเป็น DCAM-005H เฮฟวีบาเรลลิออน ซึ่งตอนแรกนั้นเป็นเครื่องประจำตัวของเทนซัน นาคาจิมะ ที่ชอบใจบาเรลลิออนเป็นพิเศษ ซึ่งเฮฟวีบาเรลลิออนนั้นเน้นที่พลังทำลายของเรลกันยิ่งกว่าเดิมจึงเปลี่ยนเป็นแบบสองลำกล้องโดยเอาบีมแคนน่อนแฝดออก ซึ่งน้ำหนักของเรลกันสองลำกล้องนั้นทำให้ความคล่องตัวของบาเรลลิออนที่นับว่าต่ำกว่า AM รุ่นอื่นอยู่แล้วลดลงไปอีก ในช่วงสงคราม L5นั้นบาเรลลิออนก็ได้เข้าประจำการในกองทัพสหพันธ์โลกโดยใช้รหัสว่า RAM-005


g-bankaran.jpg

G Bankaran

First appearance 2nd Super Robot Wars: Original Generations
Designer Ando Hiroshi
Overall height 45.1 m
Weight 300.8 t
Special feature Direct Motion Link system
Armaments

  • G beam

Special attack

  • 8710 Ryuko Sharenda

ซูเปอร์โรบ็อต บันคารัน ซึ่งศจ.คิซาบุโร่เริ่มพัฒนาตามที่บริษัทแห่งหนึ่งขอร้องมาตั้งแต่ก่อนจะเริ่มทำการซ่อมแซมคอมพาติเบิลไกเซอร์ รูปร่างภายนอกนั้นมาจากศจ.คิซาบุโร่เองสมัยวัยรุ่นจึงดูเหมือนเด็กเลวสมัยก่อนและดูค่อนข้างเก่าทีเดียว ศจ.คิซาบุโร่นั้นได้พักการพัฒนาบันคารันไปเนื่องจากต้องเน้นการซ่อมแซมคอมพาติไกเซอร์ก่อนจะกลับมาพัฒนาต่อหลังสงครามชูราซึ่งศจ.คิซาบุโร่ก็ได้ใช้ข้อมูลที่เรียนรู้ระหว่างการซ่อมคอมพาติเบิลไกเซอร์มาปรับปรุง ระบบการเคลื่อนไหวนั้นเป็นแบบ DMLซึ่งข้อมูลการเคลื่อนไหวนั้นได้ขอความร่วมมือจาก มิจิรุ ฮานะเทน หัวหน้าเด็กเลวจากโรงเรียนบันนัมซึ่งกำลังอยู่ระหว่างถล่มโรงเรียนทั่วญี่ปุ่นและมาพักอยู่ที่บ้านเพื่อรอสู้กับโคตะที่ตอนนั้นหลุดไปอยู่โลกต่างมิติ เอนด์เลสฟรอนเทียร์ ซึ่งมิจิรุก็ได้เติม G ในชื่อเป็น Gบันคารัน เมื่อโคตะกลับมาและใช้คอมพาติเบิลไกเซอร์ออกรบอีก จินไรรุ่นผลิตจำนวนมากซึ่งมีโปรแกรมให้ทำลาย DGG ทั้งหมดก็ได้โจมตีคอมพาติเบิลไกเซอร์ซึ่งใช้เทคโนโลยีของ DGG ในการซ่อมแซม ศจ.คิซาบุโร่จึงให้มิจิรุใช้ Gบันคารันช่วยโคตะต่อสู้กับกองทัพจินไรและเป็นนักบินประจำต่อมา Gบันคารันนั้นติดตั้งอาวุธไว้เพียงลำแสง Gบีมเท่านั้น แต่ก็มีเกราะหนาและพละกำลังซึ่งเข้ากับสไตล์การต่อยตีของมิจิรุมาก แม้จะหนักมากแต่เทคโนโลยีเลียนแบบคอมพาติเบิลไกเซอร์ก็ทำให้ Gบันคารันเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมากและสามารถกระโดดสูงได้โดยไม่ต้องใช้ท่อขับดันช่วย ซึ่ง Gบันคารันมีท่อขับดันติดไว้เฉพาะที่ใช้เคลื่อนไหวในอวกาศเท่านั้น

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License