
OZ-13MSX1 Vayeate
First appearance New Mobile Report Gundam W
Designer Hajime Katoki
Head height 16.3 m
Base weight 7.3 t
Armor gundanium alloy
Armaments
- beam cannon
หลังจากที่ OZ จับตัวนักวิทยาศาสตร์ผู้พัฒนากันดั้มทั้งห้าได้ก็ได้บังคับให้สร้าง MS ที่แข็งแกร่งกว่ากันดั้มขึ้นมา โดยแทนที่จะสร้างให้มีความสามารถรอบด้านในเครื่องเดียวก็ได้ออกแบบเป็น MS ที่ทำงานด้วยกันสองเครื่องคือ OZ-13MSX1 ไวเอต และ OZ-13MSX2 เมอคิวเรียส โดยไวเอตนั้นเป็น MS ที่ทำหน้าที่ยิงโจมตีเป้าหมายด้วบีมแคนน่อนขนาดใหญ่ซึ่งมีพลังทำลายที่สูงยิ่งกว่าบัสเตอร์ไรเฟิลของวิงกันดั้ม แต่ใช้พลังงานจากเครื่องเร่งอนุภาคที่ติดไว้ด้านหลังจึงสามารถยิงได้โดยไม่มีปัญหาพลังงานหมด ส่วนเมอคิวเรียสนั้นทำหน้าที่ป้องกันโดยมีอุปกรณ์พลาเน็ตดีเฟนเซอร์ซึ่งใช้ปล่อยออกไปจากตัวและสร้างสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง สนามพลังของพลาเน็ตดีเฟนเซอร์นั้นสามารถป้องกันการโจมตีได้เกือบทุกรูปแบบทั้งบีมและอาวุธยิงแบบอื่นๆซึ่งนักบินของเมอคิวเรียสจะสามารถจัดรูปแบบแนวป้องกันของพลาเน็ตดีเฟนเซอร์ได้ตามต้องการ เมอคิวเรียสนั้นมีพลาเน็ตดีเฟนเซอร์อยู่ทั้งหมด 10 อันซึ่งสามารถสร้างสนามพลังที่ป้องกันได้แม้แต่ทวินบัสเตอร์ไรเฟิล นอกจากนั้นเมอคิวเรียสยังมีอาวุธเสริมเป็นบีมกันแบบปืนพกกับโล่แครชชิลด์ซึ่งเป็นโล่กลมที่มีบีมเซเบอร์อยู่ตรงกลางซึ่งเหมาะกับการพุ่งแทงพร้อมกับที่ยกโล่ป้องกันตัวไปด้วย ที่แครชชิลด์นี้ยังมีเครื่องสร้างสนามพลังในตัวเพื่อเพิ่มพลังป้องกันและก็สามารถใช้รับทวินบัสเตอร์ไรเฟิลได้ด้วยเช่นกัน MS ทั้งสองเครื่องนั้นยังใช้เกราะโลหะผสมกันดาเนียมจึงมีความทนทานสูงมาก เซนเซอร์ของทั้งสองเป็นจอขนาดใหญ่เหมือน MS รุ่นก่อนหน้าแต่เวลาเข้าต่อสู้นั้นจะมีเกราะปิดป้องกันให้ดูเล็กลง
OZ นั้นได้บังคับให้ฮีโร่ ยุย เป็นนักบินทดสอบของเมอคิวเรียส ส่วนไวเอตนั้นได้โทรวา บาร์ตอนที่แฝงตัวเป็นทหารของ OZ รับหน้าที่ให้ โดยในภายหลังนั้นกลุ่มกำลังไวท์แฟงก์ก็ได้สร้างไวเอตกับเมอคิวเรียสโดยใช้ระบบ MD ซึ่งเป็นระบบไร้คนบังคับของ MS โดยระบบ MD ของไวเอตกับเมอคิวเรียสนั้นใช้ AI ที่จำลองรูปแบบการต่อสู้ของฮีโร่กับโทรวา กลุ่ม OZไพรซ์ที่ขึ้นตรงต่อสหพันธ์รอมเฟลเลอร์ยังได้สร้างรุ่นพัฒนาของไวเอตกับเมอคิวเรียส คือ OZ-13MSX1B-S ไวเอตชุยแวน กับ OZ-13MSX2B-S เมอคิวเรียสชุยแวน โดยไวเอตชุยแวนนั้นได้ติดบีมแคนน่อนเพิ่มเป็นสองกระบอกโดยมีเครื่องเร่งอนุภาคจ่ายพลังงานแยกกันสองเครื่องด้วยเช่นกัน ส่วนเมอคิวเรียสชุยแวนก็เพิ่มพลาเน็ตดีเฟนเซอร์เป็น 20 อันซึ่งนอกจากจะมีพลังป้องกันที่สูงขึ้นแล้วระบบบังคับพลาเน็ตดีเฟนเซอร์ยังมีประสิทธิภาพขึ้นจนสามารถบังคับให้สร้างสนามพลังงานเพื่อใช้จับตัวศัตรุได้เหมือนตาข่าย โล่แครชชิลด์ยังดัดแปลงจาก AS พลาเน็ตดีเฟนเซอร์ของสคอร์ปิโอเป็น AS แครชชิลด์ทำให้มีพลังป้องกันสูงขึ้นไปอีก เมอคิวเรียสชุยแวนยังสามารถปรับระบบได้ระหว่างให้นักบินบังคับกับ MD โดยนักบินของไวเอตชุยแวนกับเมอคิวเรียสชุยแวนก็คือสองพี่น้อง โซริสกับลูนา อาโมเนีย ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายพลวาลเดอร์ ฟาร์คิล ในภายหลังนั้นไวเอตชุยแวนก็ได้รับปรับแต่งเป็น OZ-13MSX1B-SR ไวเอตชุยแวนรุ่นปรับปรุง โดยติดตั้งพลาเน็ตดีเฟนเซอร์คอนเทนเนอร์ซึ่งใช้เก็บพลาเน็ตดีเฟนเซอร์ L ที่บันทึกข้อมูลรูปแบบแนวป้องกันของลูนาไว้ให้สามารถป้องกันตัวโดยอัตโนมัติได้


