OZX-GU01A Gundam Geminass 01
First appearance Gundam W Dual Story: G-UNIT
Designer Koichi Tokita
Head height 17.3 m
Base weight 7.9 t
Armor gundanium alloy/luna ceramic/fine kevlar
Power output 6479 kW
Special feature PX system
Armaments
- beam sword
- accelerate rifle
- shield
กันดั้มซึ่งดร.เพิร์กพัฒนาให้ฮาร์มันอินดัสทรีที่สถานีทรัพยากร MO-V G ยูนิตนั้นได้รับการออกแบบให้สามารถปรับแต่งใช้งานได้หลากหลายแบบลีโอซึ่งต่างจากกันดั้มที่พัฒนามาจากวิงกันดั้มซีโร่ซึ่งเน้นการใช้งานเฉพาะด้าน โดย G ยูนิตจะใช้ข้อต่อแบบแม่เหล็กไฟฟ้า ลิเนียล็อคโบลท์ ซึ่งทำให้สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆจากลำตัวได้ง่าย G ยูนิตนั้นเดิมมีอยู่สองเครื่อง เนื่องจากว่า MO-V นั้นได้เลือกเข้ารับการคุ้มครองจาก OZ จึงได้ตั้งชื่อให้ว่ากันดั้มเจมินัสซึ่งแผลงมาจากราศีเมถุน (เจมินี) กันดั้มเจมินัสทั้งสองเครื่องมีอาวุธเป็นบีมซอร์ดกับแอ็คเซลเรตไรเฟิลซึ่งเป็นบีมไรเฟิลที่ติดตั้งเครื่องเร่งอนุภาคให้สามารถยิงเป็นไฮเปอร์ช็อตที่รุนแรงได้ โล่ของกันดั้มเจมินัสยังใช้แผ่แม่เหล็กไฟฟ้าตามพื้นผิวเพื่อลดความเสียหายจากบีม ดร.เพิร์กยังได้พัฒนา PX ซิสเต็มซึ่งเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของนักบินโดยกระตุ้นให้สมองหลั่งเอ็นดอร์ฟินและอดรีนาลีนทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองและประสาทสัมผัสฉับไวขึ้น เนื่องจากร่างกายของนักบินต้องรับภาระหนักจึงได้ติดลิมิเตอร์ไว้ซึ่งเมื่อปิดลิมิเตอร์พร้อมกับเร่งสมรรถนะของกันดั้มเจมินัสขึ้นไปอีกก็จะเป็น PX โอเวอร์ไดรฟ์ แต่เนื่องจากทั้งกันดั้มเจมินัสและนักบินต้องรับภาระสูงกว่าปกติมากจึงได้ตั้งให้ใช้ PX โอเวอร์ไดรฟ์ได้ในเวลาจำกัดเท่านั้น กันดั้มเจมินัสยังสามารถติดตั้งยูนิตอวกาศซึ่งเป็นแอสซอล์ทบูสเตอร์ติดด้านหลัง ขา และไหล่เพื่อเพิ่มการขับเคลื่อนในอวกาศได้ กันดั้มเจมินัสยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับใช้บนโลกคือยูนิตการขับเคลื่อนสูงซึ่งดัดแปลงมาจากแอสซอล์ทบูสเตอร์ให้สามารใช้บินบนโลกได้ กับยูนิตภาคพื้นดินซึ่งมีเกราะหนาและใช้อาวุธที่มีอานุภาพสูงขึ้น
นอกจากสีแล้ว กันดั้มเจมินัสทั้งสองเครื่องก็เหมือนกันทุกประการโดย OZX-GU01A เจมินัส 01 นั้นเป็นของอาดิน เบอร์เน็ตซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้เก็บข้อมูลการใช้งานใกล้กับ MO-V ส่วน OZX-GU02A เจมินัส 02 นั้นเป็นของพี่ชาย โอเดล เบอร์เน็ตซึ่งตั้งใจให้ใช้ในอวกาศ เนื่องจากว่าฮาร์มันอินดัสทรีต้องการเก็บ G ยูนิตไว้เป็นความลับจนกว่าจะพัฒนาเสร็จจึงได้ใช้สีน้ำเงินเข้มให้มองเห็นได้ยาก แต่ OZ ไพรซ์ซึ่งขึ้นตรงต่อสถาบันรอมเฟลเลอร์ก็ได้ทราบเรื่องของ G ยูนิตจึงได้ใช้กำลังบังคับให้ MO-V ส่ง Gยูนิตให้ หลังจากที่กันดั้มเจมินัส 02 นั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักจากที่ช่วยอาดินจากกับระเบิดทำให้ถูกจับไปพร้อมกับโอเดล ดร.เพิร์กซึ่งคิดแต่เพียงการพัฒนาสุดยอดอาวุธก็ได้ไปเข้ากับ OZ ไพรซ์และปรับปรุงกันดั้มเจมินัส 02ไปเป็น OZ-10VMSX กันดั้มแอสคิวลาปิอัสซึ่งได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้ในทุกสภาวะแม้แต่ในน้ำ โดยติดตั้งแบ็คแพ็คขนาดใหญ่ซึ่งมีท่อขับดันกำลังสูงติดไว้ แบ็คแพ็คของกันดั้มแอสคิวลาปิอัสนั้นสามารถพลิกขึ้นคลุมร่างกายท่อนบนและมีกรงเล็บไพธอนคอลว์สวมแขนทั้งสองข้างเพื่อเพิ่มการป้องกันเป็นโหมดต่อสู้ระยะประชิดตัว ไพธอนคลอว์นี้เป็นกรงเล็บคลื่อนความถี่สูงและก็ติดบีมวัลแคน แรพิดช็อต ในโหมดต่อสู้ระยะประชิดตัวนี้กันดั้มแอสคิวลาปิอัสจะเปิดระบบแจมเมอร์ซึ่งทำให้ศัตรูตรวจจับได้ยากพร้อมกับเปิดสแกนเนอร์เพิ่มความสามารถในการจับเป้าหมายของตนเอง ที่ขาของกันดั้มแอสคิวลาปิอัสนั้นจะหนาขึ้นเพื่อไม่ให้หนักช่วงบนและติดถังเชื้อเพลิงไว้ กันดั้มแอสคิวลาปิอัสยังคงสามารถใช้อาวุธเดิมของกีนดั้มเจมินัสได้ ในการต่อสู้ครั้งแรกนั้น โรเช นาทูโน หัวหน้าหน่วยสตาร์ดัสต์ไนท์ได้เป็นผู้บังคับกันดั้มแอสคิวลาปิอัสเอง แต่เนื่องจากไม่อาจใช้งานได้เต็มที่จึงถูกเปลี่ยนไปให้ซิลเวอร์ คลาวน์ซึ่งที่จริงก็คือโอเดลปลอมตัวมา
ก่อนจะทรยศ MO-V นั้นดร.เพิร์กก็ได้ออกแบบ G ยูนิตหมายเลข 3 LO บูสเตอร์ (Liner Offence-Booster) ทิ้งไว้ให้พวกอาดินเอาไปใช้ดัดแปลงกันดั้มเจมินัส 01 เป็น OZX-GU01LOB กันดั้ม LO บูสเตอร์ โดยซึ่งติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานและท่อขับดันเสริมเอาไว้พร้อมกับไบน์เดอร์ขนาดใหญ่สองข้างซึ่งมีคีมคู่ที่เป็นรางเร่งแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งใช้เพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงานท่อขับดันและยิงเป็นบีมแคนน่อนอานุภาพสูงได้ ปืนนั้นเปลี่ยนเป็นแอ็คเซลเรตซับมาชีนกันซึ่งมีขนาดกระทัดรัดคล่องตัวกว่าแทนและยิงออกไปเป็นปืนกลบีมและโล่ก็มีขนาดเล็กลงเช่นกัน กันดั้ม LO บูสเตอร์ยังสามารถแปลงร่างเป็นยานเพื่อเร่งควมเร็วได้ อาดินได้ใช้กันดั้ม LO บูสเตอร์จนกระทั่งได้กันดั้มกรีปมา ทาง MO-V จึงให้โรเชที่มาเข้ากับ MO-V เป็นนักบินแทน ดร.เพิร์กยังได้สร้าง OZ-10VMSX-2 กันดั้มเบิร์นลาปิอัสตามรูปแบบของกันดั้มแอสคิวลาปิอัสให้คลาทซ์ ซิลวีใช้แทนลีโอ R ที่พังไปแล้ว โดยเปลี่ยนไพธอนคลอว์ที่แขรขวาเป็นดาบแอสซอล์ทเบย์โอเน็ต ส่วนแขนซ้ายติดโล่แม่เหล็กไฟฟ้าไว้ป้องกันตัว เมื่อแปลงร่างเป็นโหมดต่อสู้ระยะประชิดตัวนั้นส่วนแขน โกเลมคลอว์ จะกางออกมาเป็นกรงเล็บที่ติดไว้กับแขนซึ่งโค้งงอได้มากกว่าแขนปกติและมีช่วงยาวกว่า ดร.เพิร์กยังได้ติดตั้ง PX ซิสเต็มให้กันดั้มเบิร์นลาปิอัสแต่จงใจไม่ติดลิมิเตอร์ให้
สาเหตุที่โอเดลไปเข้ากับ OZ ไพรซ์นั้นก็เพื่อสร้าง OZ-19MASX กันดั้มกรีปให้อาดินใช้โดยดัดแปลงจากข้อมูล MS แบบแปลงร่างได้รุ่นต้นแบบของ OZ ระบบขับเคลื่อนของกันดั้มกรีปนั้นดัดแปลงจากเครื่องยนต์พลาสมาเจ็ตสำหรับภารกิจสำรวจอวกาศที่มาร์ค เบอเน็ต พ่อของอาดินออกแบบไว้ก่อนเสียชีวิตและมีกำลังมากกว่าของกันดั้มเจมินัสถึงสามเท่า นอกจากเครื่องยนต์หลักแล้วที่ขาของกันดั้มกรีปยังมีท่อขับดันแบบรับตำแหน่งได้ติดไว้ กันดั้มกรีปยังใช้ระบบ MSCS (Mental Synchronized Control System)ที่เชื่อมระบบบังคับกับระบบประสาทของนักบินโดยโอเดลได้แต่งให้เข้ากับอาดินโดยเฉพาะ อาดินจึงสามารถบังคับกันดั้มกรีปได้ง่ายมากและก็สามารถใช้ PX ซิสเต็มในระดับที่ต่ำกว่าโอเวอร์ไดรฟ์ได้อย่างเป็นปกติด้วย ปีกของกันดั้มกรีปนั้นเป็นโล่ที่สามารถสะท้อนบีมได้ซึ่งสามารถพับมาป้องกันด้านหน้าได้และเมื่อแปลงร่างก็จะปิดลำตัวไว้ทั้งหมด อาวุธของกันดั้มกรีปนั้นเป็นทวนบีม และที่แบ็คแพ็คก็ติดปืนใหญ่มหาอนุภาคบัสเตอร์ซึ่งปเ็นอาวุธหลักในร่าง MA กันดั้มกรีปยังสามารถแปลงร่างเป็นแอสซอล์ทโหมดโดยแปลงร่างเฉพาะท่อนลำตัวได้ ทั้งยังสามารถเสริมด้วยปืนใหญ่มหาอนุภาคไฮเปอร์แบบมือถือได้และในร่าง MS ก็สามารถภอดหัวยานของร่าง MA มาใช้เป็นโล่มือถือได้ด้วย ชิ้นส่วนของกันดั้มกรีปนั้นก็ใช้มาตรฐานเดียวกับ G ยูนิตเครื่องอื่นๆ

OZX-GU01LOB Gundam L.O. Booster
First appearance Gundam W Dual Story: G-UNIT
Designer Koichi Tokita
Overall height 22.3 m
Base weight 23.8 t
Armor gundanium alloy/luna ceramic/fine kevlar
Power output 14099 kW
Special feature PX system
Armaments
- beam sword
- accelerate sub-machine gun
- thrust scissor
- reactive shield

Flight Mode










