อัลท์ไอเซน
ptx-003c.jpg

PTX-003C Alt Eisen

First appearance Super Robot Wars Compact 2
Designer Kazue Saito
Overall height 22.2 m
Weight 85.4 t
Special feature beam coating
Armaments

  • heat horn
  • revolving stake
  • square claymore
  • 3-barrel machine cannon

PTที่พัฒนาคู่กับไวส์ริตเตอร์ตามโครงการ ATXของศจ.มาเรียน ราดัมโดยปรับปรุงจากเกชเพนสท์หมายเลขสามและตั้งชื่อให้ว่าเกชเพนสท์มาร์คทรี แต่เนื่องจากมาเรียนนั้นตั้งใจพัฒนาโดยไม่ใช้เทคโนโลยีจากต่างดาวใดๆเลยจึงถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า อัลท์ไอเซน ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันแปลว่าเหล็กโบราณ และต่อมาก็ใช้เป็นชื่ออย่างเป็นทางการ อัลท์ไอเซนนั้นได้รับการออกแบบให้มีกำลังขับเคลื่อนและพลังป้องกันที่สูงเพื่อใช้บุกทะลวงแนวป้องกันของศัตรูจึงได้ติดตั้งบูสเตอร์กำลังสูงและมีเกราะหนาซึ่งมีบีมโคตป้องกันไว้อีก อาวุธหลักของอัลท์ไอเซนก็คือลิ่มลูกโม่ติดแขนขวาซึ่งดูเผินๆแล้วเหมือนไพล์บังเกอร์ที่ใช้กระสุนปืนจุดระเบิดเพิ่มกระแทกในการเจาะเกราะแต่จริงๆแล้วลิ่มนี้เป็นแบบติดตายตัวและใช้กระสุนพลังงานในการสร้างคลื่นกระแทกพร้อมกับที่แทงศัตรู ที่ไหล่ทั้งสองข้างติด สแควร์เคลย์มอร์ ซึ่งเป็นเครื่องยิงกระสุนลูกเหล็กไททาเนียมแบบสาดกระจายในระยะใกล้เหมือนกับระเบิดเคลย์มอร์ ที่หัวของอัลท์ไอเซนติดเขาความร้อนไว้และมีปืนอัตโนมัติแบบสามลำกล้องติดแขนซ้ายเป็นอาวุธเสริม

จุดอ่อนของอัลท์ไอเซนก็คือน้ำหนักของสแควร์เคลย์มอร์ทำให้ความสมดุลของเครื่องไม่ดีนักความคล่องตัวจึงค่อนข้างต่ำ และแม้จะเป็น PTที่ใช้งานได้ดีในระยะใกล้แต่อาวุธระยะประชิดตัวทั้งเขาความร้อนและลิ่มลูกโม่นั้นก็ต้องให้อัลท์ไอเซนเร่งความเร็วเพิ่มพลังทำลายจึงจะใช้งานได้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อรวมกับอัตราเร่งที่สูงมากแล้วอัลท์ไอเซนนับเป็น PTที่บังคับยากมาก แต่เคียวสุเกะ นันบุก็สามารถใช้งานอัลท์ไอเซนได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังจากที่ได้รับเลือกเป็นนักบินทดสอบของอัลท์ไอเซน ซึ่งอัลท์ไอเซนก็เป็น PTประจำตัวของเคียวสุเกะต่อมาโดยเคยทาสีน้ำเงินสำหรับต่อสู้ในเวลากลางคืน ซึ่งเอ็กเซเลน บราวนิงเรียกสีนี้ด้วยชื่อเล่นว่า อัลท์ไอเซนนัคท์ จนกระทั่งเมื่อต่อสู้กับโซลเกนซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้การต่อสู้ระยะประชิดตัวและไม่เปิดโอกาสให้เคียวสุเกะถอยออกมาเร่งเครื่องโจมตีได้ เคียวสุเกะจึงได้ออกแบบแผนการปรับปรุงอัลท์ไอเซนให้ศจ.มาเรียนซึ่งมาเรียนก็ได้แก้ไขและนำมาใช้ปรับปรุงหลังจากที่อัลท์ไอเซนได้รับความเสียหายอย่างหนักในปฏิบัติการแพลนทาจิเน็ท เรียกว่า PTX-003C-SP1 อัลท์ไอเซนรีเซ

อัลท์ไอเซนรีเซนั้นได้รับการเสริมลักษณะแบบเดิมของอัลท์ไอเซนที่ใช้ในการบุกทะลวงแนวรับของศัตรูด้วยกำลังให้มากขึ้นอีกซึ่งตามแผนเดิมของเคียวสุเกะนั้นไม่สนใจการปรับสมดุลเครื่องเลย จึงมีเกราะที่หนาขึ้นและใช้ท่อขับดันที่มีกำลังมากขึ้นอีก อาวุธทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นแบบที่มีอานุภาพสูงขึ้น แขนซ้ายติดตั้งปืนลูกโซ่แบบห้าลำกล้อง ส่วนแขนขวาติดรีวอลวิงบังเกอร์ซึ่งเป็นต้นแบบของลิ่มลูกโม่ของอัลท์ไอเซนที่เดิมนั้นมีขนาดใหญ่มากจนเสียสมดุลจึงถูกมาเรียนนำไปเก็บไว้ เขาความร้อนที่หัวกลายเป็นเขาพลาสมาและสแควร์เคลย์มอร์ก็เปลี่ยนเป็นอวาแลนช์เคลย์มอร์ที่มีระยะหวังผลไกลกว่าเดิมและบรรจุกระสุนได้มากขึ้น เนื่องจากความสมดุลของอัลท์ไอเซนรีเซนั้นแย่กว่าเดิมถึงขั้นที่ว่าแม้จะยืนยังไม่ได้ มาเรียนจึงได้ใช้เทสลาไดรฟ์ของไวส์ริตเตอร์มาปรับแต่งให้ใช้เป็นบาลานเซอร์เพื่อปรับสมดุล

ในมิติคู่ขนานของชาโดว์มิเรอร์นั้นอัลท์ไอเซนมีสีน้ำเงินและได้รับการตั้งชื่อว่าเกชเพนสท์มาร์คทรีอย่างเป็นทางการ ซึ่งเคียวสุเกะหรือ"เบโอวูล์ฟ" นั้นได้ใช้นำทีมเบโอวูล์ฟว์ขัดขวางการยึดอำนาจของชาโดว์มิเรอร์ด้วยพลังอันผิดมนุษย์ แต่แม้จะเป็นผู้ที่สามารถทำลายกองกำลังของชาโดว์มิเรอร์ได้มากที่สุด ความบ้าเลือดที่ฆ่าไม่เลือกมิตรและศัตรูของเบโอวูล์ฟก็ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของสหพันธ์มาก ซึ่งแท้จริงนั้นเป็นเพราะเบโอวูล์ฟนั้นก็คือเคียวสุเกะที่ถูกรวมเป็นหนึ่งกับไอนสท์และทั้งเกชเพนสท์มาร์คทรีและลูกทีมเบโอวูล์ฟคนอื่นๆก็เป็นตัวจำลองของไอนสท์ ลักษณะของเกชเพนสท์มาร์คทรียังดูคล้ายกับอัลท์ไอเซนรีเซมากกว่า ในภาค The Inspector นั้นเกชเพนสท์มาร์คทรีได้ซ่อมแซมตัวเองในการต่อสู้กับโซลเกนก่อนจะแปลงสภาพไปเป็น ไอนสท์วูล์ฟ ซึ่งมีขนาดใหญ่โตขึ้นและดูคล้ายกับเพอซอนลิคไคท์

อัลท์ไอเซนนัคท์ยังเป็นชื่อของหุ่นยนต์ที่อาณาจักรฟอร์มิโดไฮม์ในโลกเอนด์เลสฟรอนเทียสร้างตามข้อมูลของเกชเพนสท์มาร์คทรีในคอมพิวเตอร์ ทิงเกอร์เบล ของยานเนเวอร์แลนด์ โดยลดขนาดลงมาเหลือ 3.3 เมตร เมื่อฟอร์มิโดไฮม์เปิดครอสเกทไปยังมิติของไอนส์ได้นั้นก็ได้ส่งอัลท์ไอเซนนัคท์เข้าไปสำรวจพร้อมกับไวส์ริตเตอร์อาเบนด์ก่อนจะถูกไอนส์ดัดแปลงให้แข็งแกร่งขึ้นอีก ลักษณะของอัลท์ไอเซนนัคท์จะคล้ายกับอัลท์ไอเซน แต่ปืนที่แขนซ้ายเป็นปืนลูกโซ่เหมือนกับของรีเซ นอกจากเลเยอร์เคลย์มอร์ที่ไหล่แล้วที่แขนซ้ายยังเพิ่มเคลย์มอร์ขนาดเล็กเข้าไป เขาเดรซฮอร์นที่หน้าผากนั้นเป็นแบบไฟฟ้า ปกติแล้วนัคท์จะมีสีน้ำเงินตามแบบของโลกชาโดว์มิเรอร์แต่เมื่อใช้กำลังเต็มที่ก็จะกลายเป็นสีแดง อัลท์ไอเซนนัคท์นั้นหายตัวไปพร้อมกับไวส์ริตเตอร์อาเบนด์หลังจากที่ฟอร์มิโดไฮม์สงบศึกกับอาณาจักรเอลฟิเทลก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งและขัดขวางฮาเคน บราวนิงที่กำลังสืบสวนข้อมูลของไมล์เคลคริสตัลของไอนส์ จนกระทั่งการต่อสู้ในซากโบราณใต้น้ำในวาลนาคาไน เกชเพนสท์แฟนธอมก็ได้แฮ็คระบบของทั้งคู่ให้ทำงานตามคำสั่งของฮาเคน

ptx-003c-in.jpg

The Inspector version

Designer Masami Obari

ptx-003c-sp1.jpg

PTX-003C-SP1 Alteisen Riese

First appearance Super Robot Wars Compact 2
Designer Kazue Saito
Overall height 23.8 m
Weight 99.7 t
Special feature beam coating
Armaments

  • olasma horn
  • revolving bunker
  • avalanche claymore
  • 5-barrel chaingun
ptx-003c-sp1-in.jpg

The Inspector version

Designer Masami Obari

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License