เกชเพนสท์มาร์คทูว์
ptx-007-01.jpg

PTX-007-01 Gespenst Mark II Type R

First appearance 4th Super Robot Wars
Designer Kunio Okawara
Overall height 21.2 m
Weight 72.4 t
Powerplant plasma generator
Special feature beam coating
Armaments

  • neo plasma cutter
  • mega beam rifle
  • slash ripper
  • split missile

PTที่พัฒนามาจากเกชเพนสท์ให้สามารถทำการผลิตจำนวนมากได้โดยใช้สายการผลิตที่มีอยู่แล้ว โครงสร้างของเกชเพนสท์ได้รับการปรับปรุงเป็น G2เฟรมซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้สูงขึ้นและใช้เครื่องยนต์พลาสมาเป็นเครื่องกำเนิดพลังงานทั้งหมด เกชเพนสท์มาร์คทูว์รุ่นต้นแบบนั้นก็ได้สร้างขึ้นมาสามเครื่องตามแบบของเกชเพนสท์ คือ PTX-007-01 เกชเพนสท์มาร์คทูว์ R (Rapidity) ซึ่งใช้รูปแบบของเกชเพนสท์ R ปืนนิวตรอนบีมและพลาสมาคัตเตอร์เปลี่ยนเป็นเมกาบีมไรเฟิลและนีโอพลาสมาคัตเตอร์ซึ่งเป็นอาวุธมาตรฐานแบบผลิตจำนวนมาก คอนเทนเนอร์ของสปลิทมิสไซล์ยังได้ดัดแปลงให้ใช้เก็บสแลชริปเปอร์ ซึ่งเป็นกังหันใบมีดบังคับให้ไปโจมตีศัตรูจากระยะห่าง ในระหว่างการทดลองบินของเกชเพนสท์มาร์คทูว์ Rนั้น เอลซัม ฟอน บรันชไตน์ซึ่งเป็นนักบินทดสอบสามารถทำลายและจับหุ่นยนต์เมกิลอทของมนุษย์ต่างดาวได้แม้จะไม่มีอาวุธ และในช่วงสงคราม DCก็เป็น PTประจำตัวของพันตรีกิเลียม เยเกอร์ PTX-007-02 เกชเพนสท์มาร์คทูว์ S (Strength) ซึ่งใช้รูปแบบของเกชเพนสท์ S แต่ดัดแปลงให้มีเกราะหนาและใช้อาวุธที่มีอานุภาพสูงขึ้นพร้อมกับติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานเสริม เกชเพนสท์มาร์คทูว์ S สามารถบินกลางอากาศได้ด้วยกำลังของตนเองแต่ความคล่องตัวจะด้อยกว่าการใช้เทสลาไดรฟ์ หลังสงคราม L5นั้นเกชเพนสท์มาร์คทูว์ Sก็ได้รับการปรับแต่งให้พันตรีไค คิตะมุระใช้และสามารถต่อสู้ด้วยมือเปล่าได้ดีขึ้น ในภาค The Inspector เกชเพนสท์มาร์คทูว์ S ยังเคยได้รับการดัดแปลงเป็นแบบ SA ซึ่งแต่งภายนอกและใช้อาวุธแบบอัลท์ไอเซนเพื่อให้เคียวสุเกะ นันบุใช้ในขณะที่อัลท์ไอเซนอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน สุดท้ายคือ PTX-007-03 เกชเพนสท์มาร์คทูว์ T ซึ่งใช้รูปแบบของเกชเพนสท์ Tและต่อมาได้ส่งไปให้ศจ.มาเรียน ราดัมใช้พัฒนาตามโครงการ ATX เป็นไวส์ริตเตอร์

ก่อนจะเริ่มสงคราม DCนั้น บริษัทเหมาอินดัสทรีก็ได้เริ่มทำการผลิต RPT-007 เกชเพนสท์มาร์คทูว์รุ่นผลิตจำนวนมาก (เกชเพนสท์มาร์คทูว์ M) ให้สหพันธ์โลกโดยใช้รูปแบบของเกชเพนสท์มาร์คทูว์ R โดยใช้ปืนกล M90เป็นอาวุธมาตรฐานแทนเมกาบีมไรเฟิลและติดลิ่มพลาสมาที่แขนซ้ายซึ่งใช้แทงศัตรูเป็นท่าชก เจ็ตแม็กนัม ที่รุนแรง ส่วนเครื่องยนต์นั้นได้เปลี่ยนมาใช้เตาปฏิกรณ์ แต่ระหว่างสงคราม DCนั้นสหพันธ์โลกมีเกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mประจำการอยู่ไม่มากนักเนื่องจากเหมาอินดัสทรีมีสายการผลิตที่จำกัดเมื่อเทียบกับบริษัทอุตสาหกรรมหนักอิซุรุกิซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธให้ DC ลิออนซึ่งเป็นกำลังหลักของ DC ยังเน้นการต่อสู้จากภาคอากาศซึ่งทำให้เกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mไม่สามารถต่อสู้ได้เต็มที่ แม้ว่าหลังจากที่สงคราม DCสิ้นสุดลงนั้นเหมาอินดัสทรีจะเร่งทำการผลิตเกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mมากขึ้น แต่สหพันธ์โลกซึ่งต้องการกำลังรบอย่างเร่งด่วนก็ได้เลือกใช้ลิออนเป็นกำลังหลักและหลังจากนั้นเหมาอินดัสทรีก็ได้เปลี่ยนมาผลิตฮิวเคไบน์มาร์คทูว์รุ่นผลิตจำนวนมากแทน แต่นักบินที่มีประสบการณ์บางคนอย่างสมาชิกของหน่วยโคริวก็ยังเลือกใช้เกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mอยู่ โดยเครื่องหนึ่งนั้นเป็นของไค คิตะมุระ ซึ่งในการต่อสู้กับหุ่นยนต์ไร้คนบังคับ เวนดิโก นั้นไคได้ปรับโหมดของ TC-OSเป็นแบบบังคับเองและใช้ท่า เจ็ตแม็กนัม S ซึ่งประสานท่าทุ่มก่อนซ้ำด้วยลิ่มพลาสมา และหน่วยครายวูล์ฟก็ใช้เกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mที่ดัดแปลงพิเศษทั้งหมด เกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mยังมีที่ได้รับการดัดแปลงเป็นรุ่น TT (T-LINK Test) โดยติดตั้งระบบ T-LINKเพื่อให้นักบินที่มีพลังจิตของโครงการ SRX ใช้งาน ซึ่งรุ่นนี้จะทาสีเป็นสีขาวและใช้อาวุธแบบเกชเพนสท์มาร์คทูว์ Rโดยสแลชริปเปอร์เป็นแบบควบคุมด้วยพลังจิตผ่านระบบ T-LINK กองกำลังชาโดว์มิเรอร์ที่มาจากมิติคู่ขนานก็ใช้เกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mเป็นกำลังหลักเช่นกัน แต่เนื่องจากเกชเพนสท์มาร์คทูว์ Mในโลกของชาโดว์มิเรอร์นั้นได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจึงใช้อาวุธแบบเดียวกับแบบ Rและยังติดเทสลาไดรฟ์ให้บินได้

ptx-007-01.jpg

PTX-007-02 Gespenst Mark II Type S

First appearance 4th Super Robot Wars
Designer Kunio Okawara
Overall height 21.2 m
Weight 72.4 t
Powerplant plasma generator
Armaments

  • neo plasma cutter
  • split missile
  • mega blaster cannon
ptx-007-02-sa.jpg

PTX-007-02-SA Gespenst Mark II Type SA

First appearance Super Robot Wars OG: The Inspector

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License