จิมแคนน่อน

RGC-80 GM Cannon

First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 49.9 t Full weight 65.3 t
Armor titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 976 kW
Armaments

  • 60 mm vulcan gun
  • beam spray gun
  • 240 mm cannon
  • hyper bazooka
  • beam rifle

แม้ว่าสหพันธ์โลกจะมีแผนการผลิตกันแคนน่อนรุ่นผลิตจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ต้องการ MSเข้าประจำการอย่างเร่งด่วนนั้นก็ได้พัฒนาจิมแคนน่อนขึ้นมาเพื่อให้สามารถดัดแปลงสายการผลิตของจิมและทำการผลิตอย่างรวดเร็วได้ โดยในตอนแรกนั้นมีเครื่องต้นแบบคือ RGC-80-1 ซึ่งใช้โครงสร้างหลักแบบจิมติดแบ็คแพ็คปืนใหญ่แบบประทับบ่าสองกระบอกและหัวแบบกันแคนน่อน เนื่องจากโครงสร้างเดิมของจิมนั้นไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับอาวุธหนักจึงมีปัญหาด้านความสมดุลและแรงถีบของปืนใหญ่ยังทำให้ล้มได้ง่าย ซึ่งทางสหพันธ์โลกก็ได้แก้ไขโดยเสริมเกราะขาให้ช่วงล่างหนักขึ้น และรุ่นผลิตจริงนี่นก็แก้ให้เหลือปืนใหญ่ประทับบ่าขวากระบอกเดียว จิมแคนน่อนนั้นใช้ชิ้นส่วนเป็นแบบเดียวกับจิมประมาณ 60% และยังสามารถใช้อาวุธมือถือของจิมได้ จิมแคนน่อนเครื่องที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือเครื่องสีดำซึ่งลิโด วูล์ฟเคยใช้ก่อนจะเปลี่ยนไปขับกันแคนน่อนรุ่นผลิตจำนวนมาก RGC-80S ซึ่งเป็นรุ่นใช้ในอวกาศของจิมแคนน่อนนั้นได้ถอดเกราะขาถ่วงน้ำหนักออกและเสริมเวอเนียร์ปรับทิศทางในอวกาศ แบ็คแพ็คของจิมแคนน่อนรุ่นใช้ในอวกาศยังเปลี่ยนเป็นแบบเดียวกับของจิมสไนเปอร์คัสตอมและใช้ปืนใหญ่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 360 ม.ม.พร้อมกับใช้บาซูก้าเป็นอาวุธมาตรฐาน ในภาค Thunderbolt ยังมีจิมแคนน่อนซึ่งปรับแต่งสำหรับใช้งานในธันเดอร์โบลท์เซคเตอร์ ซากอาณานิคมมัวร์ที่ไซด์4 เพื่อใช้ต่อต้านสไนเปอร์ของหน่วยลิฟวิงเดด โดยดัดแปลงตามแบบของจิมเพื่อกันเศษเทหวัตถุในธันเดอร์โบลท์เซคเตอร์และใช้ระบบคอร์บล็อกสำหรับหนีภัยกับเกราะกับเสริมท่อขับดันขนาดเล็กไว้ทั่วตัว ที่ไหล่ขวามีเซนเซอร์เสริมสำหรับเล็งปืนใหญ่ ปืนใหญ่นั้นจะติดไว้แทนแขนกลข้างหนึ่งของแบ็คแพ็คสูงขึ้นมา ที่ไหล่จึงไม่มีร่องประทับปืนใหญ่แบบรุ่นมาตรฐาน

หลังสงครามหนึ่งปีก็ยังมีการใช้งานจิมแคน่อนอยู่ และยังได้พัฒนา RGC-83 จิมแคนน่อนทูว์ ซึ่งใช้โครงสร้างหลักของจิมคัสตอมและเพิ่มพลังป้องกันโดยติดเกราะหนาแบบโชแบมอาเมอร์ของกันดั้มอเล็กซ์ไว้ทั้งตัวซึ่งเป็นแบบถอดไม่ได้ เครื่องกำเนิดพลังงานที่มีกำลังมากขึ้นของจิมคัสตอมนั้นทำให้ติดบีมแคนน่อนสองกระบอกแทนปืนใหญ่เป็นอาวุธหลัก จิมแคนน่อนทูว์ยังสามารถใช้ปืนไรเฟิลกับโล่ของจิมคัสตอมได้และที่แขนซ้ายก็มีบีมเซเบอร์ไว้ต่อสู้ในระยะประชิดตัว จิมแคนน่อนทูว์นั้นยังคงมีการใช้งานจนถึงช่วงศึกกรีปส์ โดยเครื่องหนึ่งในเป็นของลูเซียน เบนท์ ในสังกัดหน่วยคลาวนอสซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านทิทานส์ เครื่องของลูเซียนนี้ทาสีเป็นแถบดำสลับขาวแบบม้าลายเพื่อให้ศัตรูสับสนขณะที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว บีมเซเบอร์ที่แขนนั้นเปลี่ยนเป็นขวานความร้อนสองคมและใช้อาวุธปืนมือถือเป็นไรเฟิลยาว และใช้เซนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม หลังจากที่หน่วยคลาวนอสเข้าร่วมกับคาราบา จิมแคนน่อนทูว์ของลูเซียนจึงได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นเป็น ไวท์คอรัล โดยเปลี่ยนบีมแคนน่อนเป็นแบบกระบอกเดียวกับเสาอากาศกำลังสูงให้ใช้บัญชาการเป็นเครื่องจ่าฝูงได้ดีขึ้น ทั้งยังเสริมเกราะส่วนขาอ่อนให้หนาขึ้นเพื่อให้ศูนย์ถ่วงต่ำลง ส่วนจิมแคนน่อนแบบดั้งเดิมนั้นในตอนที่เอวโกบุกโจมตีฐานบัญชาการของสหพันธ์โลกที่จาบุโรก็มีเครื่องที่ทิทานส์ปรับปรุงระบบค็อกพิตแล้วใช้เป็นหนึ่งในกำลังป้องกันล่อให้เอวโกติดกับ

rgc-80-thunder.jpg

RGC-80 GM Cannon (Thunderbolt Sector)

First appearance Mobile Suit Gundam Thunderbolt
Designer Yasuo Ohtagaki

rgc-80s.jpg

RGC-80S GM Cannon Space Assault Type

First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 44.9 t
Armor titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • 60 mm vulcan gun
  • 360 mm cannon
  • 380 mm bazooka
  • beam spray gun
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License