เฮฟวีกัน
rgm-109.jpg

RGM-109 Heavygun

First appearance Mobile Suit Gundam F91
Designer Kunio Okawara
Head height 15.8 m
Base weight 9.5 t Full weight 23.5 t
Armor gundarium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 2870 kW
Armaments

  • beam saber
  • vulcan gun
  • beam rifle
  • hand grenade
  • shield

MSที่บริษัทแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์พัฒนาตามโครงการลดขนาด MSของสหพันธ์โลก เนื่องจากการแข่งขันพัฒนาอาวุธตั้งแต่สงครามหนึ่งปีมานั้นทำให้ MSมีขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อย ซึ่งในช่วงเวลาที่สงบสุขและไม่มีสงครามเต็มรูปแบบนั้นการบำรุงรักษา MSขนาดใหญ่นั้นนับว่าสิ้นเปลืองมาก SNRIจึงได้เสนอให้สหพันธ์โลกทำการลดขนาด MSที่ใช้งานเพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่แอนาไฮม์นั้นมีรายได้มากมายจากการผลิตเจกันให้สหพันธ์อยู่แล้ว การพัฒนาเฮฟวีกันจึงใช้เวลาถึงห้าปีและก็เรียกได้ว่าเป็นเจกันที่ออกแบบให้เล็กและเบากว่าเดิมโดยไม่มีเทคโนโลยีใหม่เลย เครื่องกำเนิดพลังงานของเฮฟวีกันนั้นใช้แบบเดียวกับของเจกัน แต่เนื่องจากเฮฟวีกันมีน้ำหนักเบากว่าเจกันมากโดยใช้เกราะโลหะผสมกันดาเรียมเพื่อลดน้ำหนักทำให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้น ซึ่งหลังจากที่แก้ไขปัญหาของเครื่องที่ผลิตรุ่นแรกๆแล้วเฮฟวีกันก็สามารถผลิตและบำรุงรักษาได้ง่ายกว่าเจกัน อาวุธของเฮฟวีกันก็ยังคงเป็นแบบเจกันแต่ติดระเบิดมือไว้ที่เอวทั้งสองข้างซึ่งไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้กับ MSด้วยกันนักแต่ก็เหมาะกับการปราบจราจลในโคโลนีอย่างมาก แต่คุณสมบัติของเฮฟวีกันก็ยังนับว่าไม่ได้ตามที่สหพันธ์ต้องการ แม้จะยอมรับให้เฮฟวีกันเข้าประจำการในกองทัพแต่ก็ทำสัญญาให้แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ทำการผลิตจนกว่าจะหา MSที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการได้เท่านั้น

SNRIที่เห็นว่าแอนาไฮม์อิเล็กทรกนิกส์ไม่ตั้งใจพัฒนา MSขนาดเล็กนั้นได้ผันตัวเองจากสถาบันที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของสหพันธ์มาทำการผลิต MSเองซึ่งในภายหลังก็ได้ออกมาเป็น Gแคนน่อนซึ่งเข้าประจำการเป็นกำลังหลักของสหพันธ์และทำให้แอนาไฮม์ต้องยุติการผลิตเฮฟวีกัน แอนาไฮม์ได้พยายามแก้ไขรูปแบบของเฮฟวีกันให้มีพลังในการต่อสู้สูงขึ้นจากข้อมูลที่ได้ในฐานะผู้ผลิต Gแคนน่อนในขณะที่สายการผลิตของ SNRIยังไม่พร้อม เรียกว่าเฮฟวีกันรุ่นติดอาวุธหนัก แต่เครื่องกำเนิดพลังงานของเฮฟวีกันนั้นมีกำลังไม่มากพอที่จะใช้งานอาวุธบีมที่เพิ่มเข้าไปพร้อมๆกันได้และความคล่องตัวของเฮฟวีกันยังลดลงมาอย่างมากด้วย แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ยังได้พัฒนา MSA-120 จากเฮฟวีกันซึ่งเรียกด้วยรหัสว่า Advance Tactical Mobile Suit และมีลักษณะที่แตกต่างจากเดิมมาก เกราะเกือบทั้งตัวของ MSA-120นั้นเป็นบีมโคตและสามารถใช้เมกาบูสต์ Eแคปเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้นได้กว่าเท่าตัว MSA-120นั้นมีอาวุธเป็นไฮเปอร์เมกาลันเชอร์กับปืนไฮอิมแพคท์ซึ่งเป็นปืนที่ใช้มินอฟสกีคราฟท์สร้างแรงโน้มถ่วงเทียมโจมตีศัตรู แต่แม้ว่าในการทดสอบนั้น MSA-120จะเอาชนะกันดั้ม F90ไปได้ด้วยพลังที่เหนือกว่ามาก ค่าใช้จ่ายในการผลิตของ MSA-120ก็สูงกว่าที่สหพันธ์กำหนดไว้มากจนไม่ผ่านการพิจารณา

ในเวลาต่อมาบริษัทแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์จึงได้ปรับปรุงรูปแบบของเฮฟวีกันตามโปรเจ็คท์ซิลลูเอ็ทฟอร์มูลาร์เป็น RGM-111 ฮาร์ดีกัน โดยใช้ข้อมูลที่จารกรรมจาก SNRIและใช้รหัสในการพัฒนาบังหน้าว่า เฮฟวีกันคัสตอม แต่จริงๆแล้วออกแบบมาเพื่อเลียนแบบการทำงานของแคนน่อนกันดั้ม เตาปฏิกรณ์ของฮาร์ดีกันนั้นเป็นเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าของเฮฟวีกันและอาวุธบีมก็มีอานุภาพขึ้นด้วยคอนเดนเซอร์ขนาดใหญ่และระบบการแปลงพลังงานที่รวดเร็วขึ้น มีอาวุธใหม่เป็นบีมลันเชอร์ติดแบ็คแพ็ค

ในช่วงสงครามซันสคารนั้น โคโลนีอิสระมาซิโดเนียได้ใช้งานเฮฟวีกันรุ่น RGM-109-M5 เป็นกำลังป้องกันตัวเอง แต่แม้ว่ามาซิโดเนียจะปรับปรุงเฮฟวีกันไปบ้างแล้วก็ยังนับว่าล้าสมัยมากและไม่สามารถต่อสู้กับ MSของจักรวรรดิซันสคารได้

rgm-109-fet.jpg

RGM-109 Heavygun Powered Weapon Type

First appearance Gundam F91 Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara

rgm-109m-5.jpg

RGM-109M-5 Heavygun

First appearance Mobile Suit V Gundam
Designer Junya Ishigaki
Head height 15.6 m
Base weight 8.3 t Full weight 22.3 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 3075 kW
Armaments

  • beam saber
  • beam rifle
  • shield
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License