
RGM-79G GM Command
First appearance Mobile Suit Gundam 0080 : War in the Pocket
Designer Yutaka Izubuchi
Head height 18 m
Base weight 43.5 t Full weight 56.4 t
Armor titanium/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1330 kW
Armaments
- beam saber
- 60 mm vulcan gun
- 90 mm machine gun
- shield
จิมซีรีส์ซึ่งสหพันธ์ได้เริ่มผลิตในช่วงท้ายสงครามหนึ่งปีหลังจากที่มีจิมเป็นจำนวนมากแล้ว โดยพัฒนาต่อมาจาก RGM-79D ซึ่งติดตั้งแบ็คแพ็คที่มีท่อขับดันถึงสี่จุดเพื่อให้มีกำลังขับเคลื่อนมากกว่าเดิมและมีความเร็วที่สามารถตอบโต้ดอมได้ จิมรุ่น Dนั้นมีรูปร่างที่ต่างจากรุ่นปกคิมากและที่ส่วนหัวก็มีช่องระบายความร้อนที่แก้มด้วย อาวุธที่ใช้นั้นจะคล้ายกับจิมแต่ใช้ปืนกล 90 มม.แทนบีมสเปรย์กัน จิมแบบ Dที่รู้จักกันนั้นเป็นรุ่นใช้ในพื้นที่หนาวเย็นอย่างขั้วโลกซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานในสภาพอากาศเย็นจัดและระบบสื่อสารก็มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมเพื่อให้สามารถทำการสื่อสารในสภาพพายุหิมะได้
ในขณะที่จิมนั้นได้รับการออกแบบให้ผลิตออกมาประจำการโดยเร็วที่สุดและลดสเป็กลงมาจากกันดั้ม จิมคอมมานด์นั้นนับได้ว่าเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์และพัฒนาโดยคำนึงถึงการเก็บข้อมูลสำหรับ MSรุ่นต่อๆไปด้วยจึงมีสมรรถนะในระดับเดียวกับกันดั้มและมีระบบการสื่อสารที่ดีกว่าจิมรุ่นดั้งเดิม รูปแบบภายนอกของจิมคอมมานด์นั้นจะดูคล้ายกับจิมแบบ D แต่ใช้ส่วนหัวและแบ็คแพ็คที่ต่างกัน จิมคอมมานด์นั้นมักใช้งานภาคพื้นดินหรือในโคโลนีเป็นหลัก ส่วนรุ่นที่ใช้ในอวกาศนั้นจะเป็นรุ่น RGM-79GS ซึ่งเพิ่มอโพจีมอเตอร์เสริมความคล่องตัวและใช้ถังเชื้อเพลิงที่มีความจุสูงกว่าเดิม จิมคอนนมานด์รุ่นใช้ในอวกาศยังใช้บีมกันเป็นอาวุธหลักแทนปืนกล จิมคอมมานด์ยังมีรุ่น RGM-79GB ไฮบูสต์จิม ซึ่งเพิ่มกำลังขับเคลื่อนโดยเปลี่ยนแบ็คแพ็คกลับเป็นแบบของจิมรุ่นดั้งเดิมแต่เสริมท่อขับดันไว้ที่น่องขาซึ่งทำให้ความเร็วสูงขึ้นมากและความคล่องตัวนั้นลดลงมา อาวุธปืนนั้นเปลี่ยนเป็นมาชีนพิสทอลสองกระบอกซึ่งดัดแปลงมาจากปืนกลเล็กของกันดั้มพิกซี
นอกจากนั้นยังมี RGM-79S จิมสปาร์ตัน ซึ่งใช้โครงสร้างของจิมคอมมานด์มาปรับแต่งให้ใช้ในการสู้รบบนโลกในแถบป่าร้อนชื้น โดยได้เสริมเกราะบริเวณลำตัวและไหล่รวมทั้งใช้แบ็คแพ็คที่มีกำลังมากขึ้นและปรับแต่งให้ลุยน้ำได้ง่ายขึ้น ที่ไหล่ขวาติดมิสไซล์ไว้ จิมสปาร์ตันนั้นยังมีแผ่นกันแสงอินฟราเรดและอุปกรณ์กระจายอนุภาคมินอฟสกีกับคลื่นปล่อยควันเป็นอุปกรณ์พรางตัว
หลังสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่สอง บริษัทโคโลนีซึ่งเป็นบริษัทเอกชนได้ยื่นเรื่องต่อสหพันธ์โลกเพื่อขออนุญาตซื้อสตาร์คเจกันจากแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการทำลายเทหวัตถุอย่างอุกกาบาตที่เป็นอันตราย แต่การให้บริษัทเอกชนมีกำลังทหารที่สามารถใช้อาวุธนิวเคลียร์ได้นั้นเป็นสิ่งที่ทางสหพันธ์โลกยากจะยอมรับได้จึงเพียงแต่อนุญาตให้ซื้อชุดเครื่องยิงมิสไซล์ของสตาร์คเจกันไปใช้ได้เท่านั้น บริษัทโคโลนีเข้าใจว่าถ้าให้ MS สมรรถนะสูงใช้งานอาวุธนิวเคลียร์ได้ก็จะโดนเพ่งเล็งจากสหพันธ์มากขึ้นอีกจึงได้เลือกเอาจิมคอมมานด์จากสมัยสงครามหนึ่งปีที่เก่ามากแล้วมาใช้แทนโดยได้ว่าจ้างให้ทีมของดาร์รี เนียล กันซ์ในสังกัดบริษัทโมโนโทนเมาส์ทำการดัดแปลงให้เป็น MWS-19362GS สตาร์คจิม โดยทีมของดาร์รีนั้นได้เปลี่ยนเครื่องกำเนิดพลังงานเป็นของจิมทูว์ และใช้ชิ้นส่วนจากจิมทรีเพิ่มสมรรถนะให้ว่องไวขึ้นตามความจำเป็นต่อภารกิจสกัดเทหวัตถุ ในส่วนขาจึงมีชิ้นส่วนใหม่อย่างท่อขับดันเสริม อุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพของมอเตอร์ และถังเชื้อเพลิงติดตั้งไว้ ส่วนหัวนั้นถอดวัลแคนออกเพื่อปรับปรุงระบบเซนเซอร์ให้ทันสมัยซึ่งจำเป็นต่อการใช้งานมิสไซล์ แต่ส่วนแขนนั้นเนื่องจากไม่ได้ออกแบบให้ต่อสู้กับ MS ด้วยกันเองอยู่แล้วจึงเพียงแต่แต่งส่วนไหล่ให้ติดตั้งชุดเครื่องยิงมิสไซล์ได้ แม้จะไม่ได้รับการออกแบบสำหรับการต่อสู้ แต่ในปี UC 0116 นั้นคนของบริษัทโคโลนีจำเป็นต้องต่อสู้คุ้มกันโคโลนีตรีมูรติที่กำลังก่อสร้างอยู่จึงต้องนำสตาร์คจิมออกต่อสู้โดยต้องหลีกเลี่ยงการใช้จรวดนิวเคลียร์จึงเหลืออาวุธเพียงมิสไซล์ระยะกลางกับบีมไรเฟิลเท่านั้น

RGM-79GS GM Command Space Type
First appearance Mobile Suit Gundam 0080 : War in the Pocket
Designer Yutaka Izubuchi
Head height 18 m
Base weight 44.6 t Full weight 76.5 t
Armor titanium/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1390 kW
Armaments
- beam saber
- 60 mm vulcan gun
- 90 mm machine gun
- beam gun
- shield


