จิมสไนเปอร์คัสตอม
rgm-79sc.jpg

RGM-79SC GM Sniper Custom

First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 47 t Full weight 75.3 t
Armor titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1390 kW
Armaments

  • box beam saber
  • 60 mm vulcan gun
  • hand beam gun
  • beam spray gun
  • 2-barrel beam gun
  • beam rifle
  • hyper bazooka
  • sniper beam rifle
  • missile launcher

จิมที่พัฒนามาจากแบบมาตรฐานเพื่อให้นักบินฝีมือดีในกองทัพสหพันธ์ใช้งานเท่านั้นและมีสมรรถนะที่เทียบได้กับกันดั้ม แบ็คแพ็คของจิมสไนเปอร์คัสตอมนั้นมีกำลังมากและที่ขาก็ติดท่อขับดันเสริมไว้ ที่เอวยังมีระบบหล่อเย็นเสริม ที่เรียกว่าสไนเปอร์คัสตอมนั้นเป็นเพราะนักบินมักใช้งานแบบซุ่มยิงจากระยะไกล แต่จริงๆแล้วสามารถปรับแต่งได้หลากหลายตามการใช้งาน โดยเครื่องที่ใช้งานแบบสไนเปอร์ที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือเครื่องของร้อยโทฟรานซิส แบคไมเยอร์ ซึ่งใช้บีมไรเฟิลที่มีอานุภาพสูงแต่อัตราการยิงจะต่ำลง ที่หัวมีกล้องเสริมแบบเลื่อนลงมาครอบเซนเซอร์หลักได้ ที่แขนติดบีมกันแบบพับได้กับบีมเซเบอร์แบบกล่องซึ่งเปิดใช้งานโดยไม่ต้องดึงออกมาเพื่อให้สามารถใช้ได้แม้ว่ามือทั้งสองจะถือบีมไรเฟิลอยู่ ที่ขาเก็บบีมกันแบบสองลำกล้อง และสามารถใช้บีมสเปรย์กันกับไฮเปอร์บาซูก้าของจิมได้ หน่วยชิโมดะซึ่งได้ร่วมในการรบที่อบาวอากูนั้นก็ใช้จิมสไนเปอร์คัสตอมซึ่งได้เสริมเวอร์เนียเพิ่มความคล่องตัวและเสริมมิสไซล์ลันเชอร์ไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้าง เทนเนธ A. ยุงก์ ซึ่งเป็นเอซอันดับหนึ่งของสหพันธ์โลกนั้นก็ใช้จิมสไนเปอร์คัสตอมเป็น MSประจำตัวหลังจากจิมคอมมานด์

ในช่วงสงครามหนึ่งปีนั้นได้มีการดัดแปลงโครงสร้างหลักของจิมสไนเปอร์คัสตอมเพื่อใช้ในการป้องกันยานแม่เป็นแบบ การ์ดคัสตอม และ อินเตอเซปท์คัสตอม ซึ่งหลังจากสงครามหนึ่งปีนั้นก็ได้ให้รหัสเครื่องอย่างเป็นทางการว่า RGM-79HC จิมการ์ดคัสตอมและ RGM-79KC จิมอินเตอเซปท์คัสตอม โดยจิมการ์ดคัสตอมนั้นมีจุดเด่นที่โล่การ์เดียนชิลด์ขนาดใหญ่ที่สามารถบังจิมได้ทั้งตัว การ์เดียนชิลด์นั้นใช้มีเกราะถึงห้าชั้นและหุ้มบีมโค้ตไว้จึงสามารถทนการโจมตีจากบีมได้ดีมากและยังติดปืนวัลแคนเอาไว้ ที่แขนติดมีดบีมซึ่งสามารถดึงออกมาหรือเปิดใช้งานโดยที่ยังติกับแขนก็ได้ ที่เอวติดบีมกันและที่หัวกับไหล่ก็ติดปืนวัลแคนไว้เป็นอาวุธเสริม เนื่องจากการ์เดียนชิลด์นั้นหนักมากจึงนับว่าเป็น MSที่ใช้งานได้ยากทีเดียว ส่วนจิมอินเตอเซปท์คัสตอมนั้นจะติดเฟลโลว์บูสเตอร์ซึ่งเป็นบูสเตอร์ขนาดใหญ่ที่พัฒนาต่อมาจากคอร์เว็ตบูสเตอร์เพื่อใช้ความเร็วสกัดศัตรู โดยที่ไหล่ของจิมอินเตอเซปท์คัสตอมจะมีจุดเชื่อมต่อกับเฟลโลว์บูสเตอร์ใช้มั่นคงขึ้น ซึ่งที่เฟลโลว์บูสเตอร์ยังมีมิสไซล์ลันเชอร์เป็นอาวุธเสริม

เนื่องจากจิมสไนเปอร์คัสตอมนั้นนับเป็น MSที่ประสพความสำเร็จอย่างมาก สหพันธ์โลกจึงได้นำรูปแบบมาสร้างใหม่เป็น RGM-79SP จิมสไนเปอร์ทูว์โดยใช้โครงสร้างหลักของจิมคอมมานด์แทนจิมและเน้นการใช้งานแบบสไนเปอร์เป็นหลักโดยใช้สไนเปอร์ไรเฟิล 75 มม.ทำลายเป้าหมายจากระยะไกลมาก จิมสไนเปอร์ทูว์นั้นมีสมรรถนะที่สูงกว่ากันดั้มและเทียบได้กับเกลกุ๊กของซีอ้อน แต่เนื่องจากเริ่มผลิตในช่วงท้ายสงครามและมีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงจึงมีจำนวนไม่มากนัก และในช่วงศึกกรีปส์นั้นกองกำลังของสหพันธ์โลกก็ยังใช้งานจิมสไนเปอร์คัสตอมโดยใช้รูปแบบของฟรานซิส แต่เปลี่ยนบีมไรเฟิลเป็นสไนเปอร์บีมไรเฟิลซึ่งดัดแปลงโดยใช้ชิ้นส่วนจากบีมไรเฟิลของจิมทูว์ให้มีความแม่นยำและอัตราการแปลงพลังงานที่สูงขึ้น

ในภาค Build Fighters ยังมี RGM-79K9 จิมสไนเปอร์ K9 ซึ่งเป็นกันพลาจิมสไนเปอร์ทูว์ของจูลิโอ กับ มาริโอ รีนาโต สองพี่น้องแชมป์กันพลาแบทเทิลจากอาเจนตินา ซึ่งพี่น้องรีนาโตนั้นได้เก็บจิมสไนเปอร์ K9ไว้จนถึงการแข่งรอบตัดเชือกเพื่อปิดบังความสามารถ จุดเด่นของจิมสไนเปอร์ K9นั้นก็คือ K9ด็อกแพ็ค ซึ่งเป็นแบ็คแพ็คที่สามารถแยกออกไปเป็นเหมือนหุ่นยนต์ยืนสี่ขาที่ขับเคลื่อนด้วยระบบโฮเวอร์ได้ นอกจากจะสามารถติดตั้งสไนเปอร์ไรเฟิลไว้กับ K9ด็อกแพ็คได้แล้ว K9ด็อกแพ็คยังเป็นเหมือนรถลำเลียงพลทหารซึ่งใช้บรรทุกหน่วยบลัดฮาวด์ หน่วยรบทหารซีอ้อนติดเจ็ตแพ็คซึ่งสามารถปล่อยออกมาให้ทำงานอย่างวางระเบิดตามส่วนข้อต่อของศัตรูที่ไม่มีการป้องกันได้ ตัวจิมสไนเปอร์ K9เองนั้นนอกจากจะมีอาวุธเดิมของจิมสไนเปอร์ทูว์แล้วยังมีบีมสไนเปอร์ไรเฟิลที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเป็นกระบอกที่สอง บีมกันสองกระบอก และมีดความร้อน ความลับสุดท้ายของจิมสไนเปอร์ K9ก็คือได้ติดตั้งระบบ EXAMของบลูเดสทินีเอาไว้เพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดตัวด้วย

rgm-79sc-shimoda.jpg

Shimoda Squad Type

First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara

rgm-79sc-msd.jpg

Mobile Suit Discovery Version

Designer Hajime Katoki

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License