เจกัน
rgm-89.jpg

RGM-89 Jegan

First appearance Mobile Suit Gundam: Char's Counter Attack
Designer Yutaka Izubuchi
Head height 19 m
Base weight 21.3 t Full weight 47.3 t
Armor titanium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1870 kW
Armaments

  • beam saber
  • vulcan pod
  • beam rifle
  • hand grenade
  • shield (2-tube small missile launcher)

MSที่แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์พัฒนาให้เป็นกำลังหลักของสหพันธ์โลก โดยตั้งใจให้เป็นรุ่นสืบทอดของจิมซีรีส์แต่ได้ผสมข้อมูลการใช้งานของนีโมและเนโรเข้าไปด้วย โครงสร้างท่อนบนรวมถึงแบ็คแพ็คของเจกันนั้นได้ใช้รูปแบบของกันดั้มมาร์คทูว์ แบ็คแพ็คของเจกันนั้นมีกำลังมากและติดเวอเนียอาร์มส์ที่ปรับตำแหน่งได้ซึ่งทำให้สมรรถนะของเจกันสามารถเทียบได้กับ MSแบบการขับเคลื่อนสูงในช่วงศึกกรีปส์และยังสามารถบรรจุเชื่อเพลิงได้มากจึงปฏิบัติการได้นาน ช่องระบายความร้อนที่หน้าอกมีขนาดเล็กเพือให้มีการป้องกันสูงขึ้น ส่วนท่อนล่างนั้นไม่มีเกราะกระโปรงปิดด้านหน้าของขาเพื่อให้คล่องตัวที่สุดและลดน้ำหนักลงมา บีมไรเฟิลของเจกันนั้นได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายในระยะประชิดจึงมีระยะหวังผลและพลังทำลายที่ค่อนข้างต่ำแต่สามารถยิงได้ต่อเนื่อง บีมเซเบอร์นั้นสามารถปรับกำลังและรูปร่างของบีมได้ตามการใช้งานระหว่างฟันและแทง ปืนวัลแคนเป้นแบบวัลแคนพ็อดเหมือนกับของกันดั้มมาร์คทูว์ ที่เอวติดระเบิดมือไว้และใช้โล่ที่ฉาบบีมโคตซึ่งติดมิสไซล์ลันเชอร์สองลำกล้องเอาไว้ด้วย

ในช่วงที่เจกันยังเป็นรุ่นต้นแบบนั้นยังมีเครื่องพิเศษคือ RGM-89B เจกันรุ่นปรับปรุงของทาเคชิ คาซากิ หัวหน้าหน่วยอาลาฮัสซึ่งเป็นรุ่นที่แอนาไฮม์เพิ่มสมรรถนะขึ้นไปอีกด้วยโครงสร้างที่เก็บข้อมูลมาจากเฮียกุชิกิ เจกันเครื่องนี้ยังใช้เกราะกันดาเรียมแทนไททาเนียมผสมเซรามิคและมีกำลังเครื่องสูงกว่ารุ่นปกติ นอกจากนั้นยังมี RGM-88X เจดาห์ซึ่เงป็นรุ่นต้นแบบที่มีสมรรถนะต่ำกว่าเจกันโดยยังมีเกราะกระโปรงปิดต้นขาและใช้ท่อระบายความร้อนที่หน้าอกแบบปกติ ซึ่งเจดาห์นั้นได้เข้าประจำการเป็น MSรุ่นแรกของหน่วยลอนโดเบล ซึ่งในช่วงสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่สองที่เริ่มผลิตเจกันได้ 80 เครื่อง หน่วยลอนโดเบลก็ได้เปลี่ยนมาใช้เจกันเป็นกำลังหลักแทนทั้งหมด ส่วนเจดาห์นั้นได้มีการผลิตเพิ่มโดยเรียกว่า RGM-90 แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก หน่วยเบอนัมซึ่งเป็นกองกำลังส่วนตัวของกลุ่มบุคคอนเซิร์นยังมีเจกันของตนเองซึ่งดัดแปลงโดยติดเซนเซอร์พิเศษไว้ที่ด้านซ้ายของครอบแก้วตาและใช้บีมไรเฟิลซึ่งส่วนลำกล้องสามารถปรับให้แผ่บีมออกมาเป็นหอกบีมได้ หอกบีมนี้สามารถยิงออกไปได้ซึ่งหลังจากนั้นก็จะใช้ยิงบีมไรเฟิลแบบปืนกลเล็ก

เจกันยังมีรุ่นที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้งานแบบต่อต้านยานรบ เรียกว่า RGM-89S โดยได้เปลี่ยนค็อกพิตเป็นแบบสองที่นั่งให้นักบินและพลปืน เกราะส่วนหน้าอกที่ยื่นออกมานั้นเสริมความทนทานด้วยโลหะผสมกันดาเรียมและที่ขากับไหล่ก็มีเกราะเสริมซึ่งถอดออกระหว่างปฏิบัติการได้ไว้ สตาคเจกันยังเสริมเกราะและติดอาวุธหนักไว้โดยเฉพาะมิสไซล์ขนาดใหญ่ที่ติดกับเกราะเสริมไหล่นั้นสามารถใช้ติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ RGM-89S นี้เดิมชื่อสตาคเจกันแต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นโปรโตสตาคเจกันเพื่อให้ต่างจากรุ่นที่ดัดแปลงจากเจกันแบบ D และยังมี RGC-90 เจกันรุ่นติดอาวุธหนักซึ่งใช้โครงสร้างแบบเจดาห์และเน้นการยิงต่อสู้ระยะไกล เจกันรุ่นติดอาวุธหนักมีกำลังเครื่องสูงกว่าเจกันและใช้อาวุธหลักเป็นบีมแคนน่อนติดไหล่ทั้งสองข้าง ที่เอวเสริมเกราะกระโปรงไว้ด้านหน้าและก็มีมิสไซล์พ็อดติเไว้ด้วย เจกันรุ่นติดอาวุธหนักนี้เน้นการใช้งานบนโลกจึงมีส่วนขาที่แข็งแกร่งขึ้น แบ็คแพ็คนั้นมีกำลังมากกว่าเดิมแต่เนื่องจากไม่เน้นความคล่องตัวจึงมีเวอเนียอาร์มส์ที่สั้นกว่า ในภายหลังซึ่งเจกันได้รับการปรับปรุงรูปแบบไปเป็นเจกันแบบ Dแล้ว เจกันแบบดั้งเดิมก็ยังคงมีการปรับปรุงเป็นรุ่น A2เปลี่ยนแบ็คแพ็คกับเซนเซอร์ให้มีสมรรถนะสูงกว่าเดิม

rgm-89-birnam.jpg

Birnam Type

First appearance Mobile Suit Gundam Twilight Axis

rgm-89a2.jpg

RGM-89A2 Jegan

First appearance Mobile Suit Gundam UC
Designer Hajime Katoki
Head height 19 m
Base weight 24.2 t Full weight 50.6 t
Armor titanium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1980 kW
Armaments

  • beam saber
  • vulcan pod
  • beam rifle
  • hand grenade
  • shield (2-tube small missile launcher)
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License