ซาเวจ
rk-92.jpg

Rk-92 Savage

First appearance Full Metal Panic!
Designer Kanetake Ebikawa
Overall height 8.1 m
Weight 12.5 t
Powerplant gas turbine engine
Armaments

  • 14.5 mm machine gun
  • 37 mm rifle
  • monomolecular cutter
  • 'Groum' High Explosive Anti-Tank hammer
  • 'Spawn' missile
  • 40 mm rifle

ASรุ่นที่สองของสหภาพโซเวียต รีเวนี หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปตามรหัสของ NATO ว่า ซาเวจ นั้นได้รับการออกแบบให้ผลิตและดูแลรักษาได้ง่าย รูปร่างที่เป็นทรงโค้งรูปไข่เหมือนกบนั้นก็เพื่อให้มีความทนทานโดยไม่ต้องมีเกราะหนา ซาเวจมีจุดเด่นด้านความทนทานที่เหมาะกับการใช้งานแบบสมบุกสมบั่นมาก แต่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ค่อนข้างล้าสมัยนั้นทำให้สมรรถนะโดยรวมด้อยกว่าบุชเนลของสหรัฐอเมริกา ซาเวจรุ่นแรกคือ Rk-91 นั้นใช้เครื่องยนต์ดีเซล แต่รุ่นที่แพร่หลายคือ Rk-92 นั้นได้เปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติซึ่งเบากว่าและมีกำลังมากกว่า ซาเวจมีอาวุธติดตัวเป็นปืนกล 14.5 มม.ที่หัวและโดยทั่วไปแล้วก็จะใช้ปืนไรเฟิล 37 มม.เป็นอาวุธมือถือ แต่ก็สามารถใช้อาวุธอื่นอย่างมิสไซล์หรือมีดโมเลกุลได้ เนื่องจากเป็น AS ที่ผลิตได้ง่ายจึงราคาถูก สามารถหาอะไหล่ได้ทั่วไป และใช้งานสมบุกสมบั่นได้ดี นอกจากในกลุ่มประเทศสังคมนิยมแล้วซาเวจจึงยังเป็น AS ที่มีผู้ก่อการร้ายใช้งานอย่างแพร่หลายด้วย ราชอาณาจักรลาชิดในแถบตะวันออกกลางยังมีซาเวจรุ่น Rk-92M ซึ่งใช้ในงานพิธีโดยติดผ้าคลุมกับมงกุฏหรูหราทำให้ดูแล้วคล้ายกับเจ้าชายกบ และใช้มีดโมเลกุลที่แต่งเหมือนดาบโค้ง

ซาเวจนั้นได้รับการพัฒนาต่อมาเป็น Rk-96 โดยปรับปรุงด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นจุดบกพร่องของซาเวจ และมีรุ่น Rk-96bis ซาเวจทูว์ หรือ ซูเปอร์ซาเวจ ที่มีจุดเด่นคือเกราะเหมือนปลอกคอป้องกันส่วนหัว ก่อนหน้าที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลายไม่นานนักยังได้มีการพัฒนา Rk-02 เซปเตอร์ ซึ่งเป็น AS รุ่นที่สามที่ใช้เตาปฏิกรณ์พาลาเดียมแทนเครื่องยนต์แบบเดิม เซปเตอร์นั้นต่างจาก AS รุ่นที่สามอื่นๆโดยไม่ได้เน้นการใช้งานระบบพรางตัว แต่มีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งและใช้อาวุธอานุภาพสูง โดยระบบอาวุธของเซปเตอร์นั้นใช้แบบติดแขนซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย จึงยังคงลักษณะเด่นที่เหมาะกับการใช้งานแบบสมบุกสมบั่นมากกว่า AS รุ่นที่สามด้วยกันอย่างเกอร์นแบคมาก แต่เนื่องจากสหภาพโซเวียตนั้นล่มสลายหลังจากที่เริ่มทำการผลิตเซปเตอร์ได้ไม่นาน ทำให้บริษัท OKBเรียกาซึ่งเป็นผู้ผลิตต้องหันไปขาย AS ให้ประเทศโลกที่สามซึ่งส่วนใหญ่แล้วนิยมซาเวจที่ราคาถูกกว่ามาก ทำให้เซปเตอร์เป็น AS ที่ขายไม่ดีนัก

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License