ไฮแซ็ค

RMS-106 Hi-Zack

First appearance Mobile Suit Z Gundam
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 38.7 t Full weight 59.6 t
Armor titanium alloy/ceramic
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1428 kW
Armaments

  • heat hawk
  • beam saber
  • 120 mm machine gun
  • beam rifle
  • 3-tube missile pod
  • mega launcher
  • shield

MSของสหพันธ์โลกซึ่งพัฒนาร่วมกับแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์หลังจากปฏิบัติการสตาร์ดัสต์ทำให้เริ่มทำการเสริมกำลังรบใหม่ ไฮแซ็คนั้นพัฒนารูปแบบมาจากซาคุทูว์แต่ใช้เทคโนโลยีที่ผสมกันระหว่างสหพันธ์กับซีอ้อนและเป็น MS รุ่นใหม่รุ่นแรกที่ได้รับการผลิตจำนวนมากหลังสงครามหนึ่งปีและยังเป็น MS แบบผลิตจำนวนมากรุ่นแรกที่ใช้ค็อกพิตแบบที่มองเห็นได้ 360 องศารอบตัว เกราะของไฮแซ็คเป็นโลหะผสมไททาเนียมกับเซรามิกและมีน้ำหนักเบากว่าเดิมจึงสามารถติดตั้งถังเชื้อเพลิงที่มีความจุมากกว่าเดิมและใช้ท่อขับดันที่มีกำลังมากได้และมีท่อขับดันที่ขาเหมือนซาคุรุ่นการขับเคลื่อนสูง ข้อบกพร่องของไฮแซ็คก็คือโครงสร้างภายในของไฮแซ็คซึ่งผสมเทคโนโลยีทั้งสองแบบเข้าด้วยกันนั้นทำให้ต่อวงจรพลังงานได้จำกัดและใช้สายเคเบิลส่งพลังงานแบบโยงด้านนอกคล้ายกับซาคุทูว์เพื่อให้ใช้งานอาวุธบีมได้ แต่เครื่องกำเนิดพลังงานของไฮแซ็คก็มีกำลังพอให้ใช้อาวุธบีมในการปฏิบัติการได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วไฮแซ็คจะใช้อาวุธที่ปรับปรุงมาจากซาคุทูว์คือขวานความร้อนกับปืนกล โดยสามารถเปลี่ยนขวานเป็นบีมเซเบอร์หรือเปลี่ยนปืนกลเป็นบีมไรเฟิลได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ไฮแซ็คยังสามารถติดมิสไซล์พ็อดสามลำกล้องไว้ที่เอวทั้งสองข้างได้ และนอกจากโล่ติดไหล่ขวาแบบซาคุแล้วก็ยังสามารถติดโล่เสริมไว้ที่แขนได้ด้วย ไฮแซ็คยังมีอุปกรณ์เสริมคือเมกาลันเชอร์สำหรับยิงโจมตีจากระยะไกลมาก แต่จะต้องใช้พลังงานจากไฮแซ็คสองเครื่องในการใช้งาน

ไฮแซ็คนั้นเข้าประจำการเป็นกำลังหลักของสหพันธ์โลกและทิทานส์ โดยเครื่องของสหพันธ์นั้นจะทาสีเป็นโทนสีน้ำเงินเข้ม ส่วนของทิทานส์จะเป็นสีเขียวเข้ม ทีมทดสอบอาวุธของทิทานส์ยังได้เคยพยายามแก้ไขจุดอ่อนด้านอาวุธของไฮแซ็คที่ไม่สามารถใช้งานอาวุธบีมได้มากกว่าหนึ่งอย่างโดยติดตั้งแบ็คแพ็คปืนใหญ่แบบถอดออกได้ที่ทดสอบกับ RGM-79SR จิมสไนเปอร์ทรีมาแล้ว เรียกว่า RMS-106C ไฮแซ็คแคนน่อน ซึ่งนอกจากแบ็คแพ็คปืนใหญ่แล้วยังเสริมเกราะอกให้หนาขึ้นและเนื่องจากเน้นด้านพลังทำลายจึงใช้มิสไซล์พ็อดเป็นอาวุธมาตรฐาน ส่วนปืนกลนั้นเปลี่ยนมาใช้แบบ 90 ม.ม.ที่คล่องตัวขึ้น แต่แม้ว่าจะมีการใช้งานไฮแซ็คแคนน่อนในการต่อสู้จริงต่อมาก็ไม่มีการผลิตจำนวนมากเนื่องจากทิทานส์ได้นำมาราไซที่ใช้งานบีมเซเบอร์กับบีมไรเฟิลได้พร้อมกันเข้าประจำการเป็นกำลังหลักแทนแล้ว ทิทานส์ยังได้ใช้งาน RMS-106CS ไฮแซ็คคัสตอม ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานแบบสไนเปอร์โดยใช้เครื่องกำเนิดพลังงานที่มีกำลังมากขึ้นเพื่อให้ใช้งานบีมลันเชอร์สำหรับยิงระยะไกลพร้อมกับบีมเซเบอร์ปได้ เซนเซอร์แบบโมโนอายมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ทั้งยังมีพลังป้องกันที่สูงขึ้นโดยได้เสริมเกราะกันดาเรียมเข้าไปในบางจุดและเปลี่ยนเกราะไหล่ด้านขวาให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม แบ็คแพ็คของไฮแซ็คคัสตอมยังมีกำลังมากกว่าเดิม

นอกจากนั้นยังมีไฮแซ็ครุ่นปรับแต่งพิเศษของกลุ่มต่อต้านทิทานส์ คลาวนอส ซึ่งปรับปรุงระบบหล่อเย็นให้ดีขึ้นและปิดช่องระบายอากาศที่หน้าอกให้สามารถปฏิบัติการได้นานขึ้น ไหล่ขวาเปลี่ยนเป็นแบบเกราะหนามเหมือนไหล่ซ้ายและใช้ปืนกลแบบ 155 ม.ม.ที่มีอานุภาพมากกว่าเดิม เครื่องของกลุ่มคลาวนอสนี้มีรุ่นพิเศษคือ ไอริส ซึ่งปรับปรุงระบบเซนเซอร์ที่ส่วนหัว และต่อมาก็ได้ปรับปรุงเซนเซอร์อีกครั้งเป็น "เอปิเดนดรัม" สถาบันโอ็คแลนด์ก็ได้พัฒนาไฮแซ็คไปเป็นรุ่น RX-106E วาร์นาแกนด์ ซึ่งออกแบบให้มนุษย์ดัดแปลงใช้และสามารถบินกลางอากาศได้ โดยใช้แบ็คแพ็คที่พัฒนามาจากบูสเตอร์ของกันดั้มเฮเซล และหลังจากที่ทิทานส์ล่มสลายซึ่งสมาชิกที่หลงเหลืออยู่ของทิทานส์ได้หลบหนีไปดาวอังคารนั้น กลุ่มเรซิอ้อนก็ได้เข้ายึด MS ของทิทานส์มาใช้งาน โดยไฮแซ็คนั้นได้รับการดัดแปลงให้ใช้งานบนทะเลทรายของดาวอังคารได้ดีขึ้นพร้อมกับทาสีแดงและใช้รหัส ARZ-106HZ โดยไฮแซ็คของกลุ่มเรซิอ้อนนี้สามารถถอดแบ็คแพ็คและท่อขับดันที่ขาออกได้และยังสามารถติดตั้งโฮเวอร์ยูนิตขนาดใหญ่เป็น ARZ-106GZk แกรนแซ็ค ได้ด้วย เนื่องจากไฮแซ็คที่ยึดมานั้นเป็นของทหารเดนตายจึงมีอยู่หลายเครื่องทีเดียวที่สภาพทรุดโทรมจนไม่เหมาะจะใช้ในการต่อสู้อีก ซึ่งกลุ่มเรซิอ้อนก็ได้นำไฮแซ็คเหล่านี้ไปดัดแปลงเป็นเครื่องจักรทำงานโดยถอดเกราะออดแล้วติดตั้งอุปกรรืทำงานอย่างมือตักให้ เรียกว่า ARZ-106 โลว์แซ็ค

หลังจากที่ไฮแซ็คปลดประจำการ สหพันธ์โลกก็ผลิตไฮแซ็คออกขายให้พลเรือนโดยดัดแปลงไม่ให้ใช้อาวุธได้และปรับแต่งรูปแบบของเกราะใหม่พร้อมทาสีสดใสเป็น RMS-116H ฮ็อบบีไฮแซ็ค ซึ่งเครื่องที่เป็น MSหรูแบบสปอร์ตสำหรับนักสะสมนั้นยังคงมีกำลังขับเคลื่อนเท่าเดิม ในช่วงสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่สอง กิวเน กัสได้ใช้ฮ็อบบีไฮแซ็คลอบเข้าไปในโคโลนีลอนเดเนียนเพื่อรับตัวชาร์ อัสนาเบิลหลังการเจรจากับสหพันธ์โลก

rms-106c.jpg

RMS-106C Hi-Zack Cannon

First appearance Advance of Zeta: The Flag of Titans
Designer Kenki Fujioka
Head height 18 m
Armor titanium alloy/ceramic
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1428 kW
Armaments

  • 90 mm machine gun
  • 3-tube missile pod
  • 240 mm cannon
  • shield
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License