มาราไซ
rms-108.jpg

RMS-108 Marasai

First appearance Mobile Suit Z Gundam
Designer Makoto Kobayashi
Head height 17.5 m
Base weight 33.1 t Full weight 59.4 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1790 kW
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan gun
  • beam rifle
  • shield

MSซึ่งแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์พัฒนาโดยตั้งใจแก้ข้อบกพร่องของไฮแซ็คซึ่งใช้อาวุธบีมได้เพียงอย่างเดียวในการปฏิบัติการแต่ละครั้งโดยที่ยังคงสามารถผลิตและบังคับได้ง่าย รูปแบบของมาราไซนั้นใช้ของ RX-107 โรเซ็ตแต่ได้แก้ไขโครงสร้างเป็นแบบมูฟเอเบิลเฟรมซึ่งศึกษามาจากกันดั้มมาร์คทูว์และใช้เกราะโลหะผสมกันดาเรียมแกมมา มาราไซจึงมีน้ำหนักเบาและผลิตได้ง่ายรวมถึงมีเครื่องยนต์ที่มีกำลังมากขึ้นจนใช้บีมไรเฟิลคู่กับบีมเซเบอร์ได้ตามต้องการทุกอย่าง ในตอนแรกนั้นแอนาไฮม์ตั้งใจจะขายมาราไซให้เอวโกเป็น MSA-002 แต่เนื่องจากเอวโกนั้นไม่มีความต้องการ MS สมรรถนะสูงสำหรับใช้เป็นกำลังหลัก และทางสหพันธ์โลกก็เตรียมเล่นงานแอนาไฮม์อิเล็กทรกนิกส์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการขโมยกันดั้มมาร์คทูว์ แอนาไฮม์ฯจึงต้องมอบมาราไซให้สหพันธ์ไปและกลายเป็นกำลังหลักของทิทานส์ในเวลาต่อมา รูปแบบของมาราไซนั้นคล้ายกับไฮแซ็ค โดยส่วนหัวจะมีเขาเสาอากาศเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โล่ที่ไหล่ขวาซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นนั้นสามารถพับได้และใช้เก็บบีมเซเบอร์ด้วย

โรเซ็ตซึ่งเป็นต้นแบบของมาราไซนั้นแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ได้พัฒนาโดยตั้งใจให้เป็นรุ่นปรับปรุงสมรรถนะสูงของไฮแซ็คแต่ยังไม่ได้คำนึงถึงการผลิตจำนวนมาก โดยแอนาไฮม์นั้นได้ส่งไปให้สหพันธ์โลกทดลองใช้ แต่สหพันธ์โลกได้ส่งไปให้ทีมทดสอบอาวุธของทิทานส์ใช้งานแทน ทีมทดสอบอาวุธนั้นเห็นว่าโรเซ็ตที่มีกำลังสูงกว่าไฮแซ็คจึงได้ใช้ในการทดสอบพาร์ท TR-4 แดนดีไลออน ซึ่งสามารถแปลงร่างได้สามรูปแบบ โดยดัดแปลงโครงสร้างของแขนซ้ายให้รับน้ำหนักของโล่ได้และใช้แบ็คแพ็คที่มีล็อกสำหรับใช้ยึดโล่กับเกราะท่อนล่าง เมื่อใช้โมดูลแดนดีไลออนก็จะสามารถเข้าสู่บรรยากาศโลกและบรรทุก MS อีกเครื่องไว้ในตัวได้ หลังจากเข้าสู่บรรยากาศโลกแล้วแล้วแดนดีไลออนก็จะสามารถปลดชิ้นส่วนสำหรับบรรทุก MSออกเป็นแบบ MA และกางกรงเล็บออกมาเป็นอาวุธระยะประชิดตัว แดนดีไลออนในร่าง MAนี้สามารถบินกลางอากาศและมีกำลังพอจะใช้เป็นยาน SFS ให้ MSเครื่องอื่นๆได้ ถ้าปลดเกราะกันความร้อนซึ่งใช้ในขณะเข้าสู่บรรยากาศออกไปอีกก็จะกลายเป็นร่าง MSสำหรับใช้ในการต่อสู้ภาคพื้นดิน โดยมีส่วนลำตัวของโรเซ็ตโผล่มาใช้แกนของเกราะกันความร้อนเป็นโล่และกรงเล็บจะกลายเป็นเท้ารวมถึงมีบีมไรเฟิลยาวเป็นอาวุธ แต่แดนดีไลออนนั้นเดินได้ไม่คล่องนักและต้องใช้ท่อขับดันเพื่อกระโดดไปมาในขณะต่อสู้เสียมากกว่า ในการต่อสู้ภาคพื้นดินจึงสามารถถอดเกราะออกไปเพื่อกลับเป็นโรเซ็ตได้ รูปแบบของแดนดีไลออนนั้นต่อมาพัฒนาไปเป็นบาวน์ด็อค ทีมทดสอบอาวุธของทิทานส์ยังดัดแปลงโรเซ็ตต่อมาอีกเพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ภาคพื้นดินโดยติดตั้งเกราะกระโปรงขนาดใหญ่ซึ่งในตอนแรกนั้นได้ออกแบบให้ใช้เครื่องยนต์จรวดให้บินได้และยังติดตั้งบีมไรเฟิลขนาดใหญ่กว่าเดิมเหมือนกับที่คีฮาร์ใช้โดยที่เกราะไหล่ขวาจะมีมือกลขนาดใหญ่สำหรับจับปืนนี้ ที่หน้าอกของโรเซ็ตยังติดเกราะเสริมแบบไฮแซ็คแคนน่อนไว้ด้วย แต่หลังจากที่เห็นว่าความสามารถในการบินจะซ้ำซ้อนกับอิคารอสยูนิตของกันดั้มเฮเซลจึงได้เปลี่ยนให้ใช้เครื่องยนต์เทอโมนิวเคลียร์เจ็ตสำหรับลอยตัวแบบระบบโฮเวอร์เท่านั้น

หลังจากที่ทิทานส์ล่มสลายซึ่งสมาชิกที่หลงเหลืออยู่ของทิทานส์ได้หลบหนีไปดาวอังคารนั้น กลุ่มเรซิอ้อนก็ได้เข้ายึด MS ของทิทานส์มาใช้งาน โดยมาราไซนั้นได้ทาสีใหม่และใช้รหัส ARZ-108MR โดยกลุ่มเรซิอ้อนยังได้ข้อมูลของโรเซ็ตรุ่นเสริมสมรรถนะภาคพื้นดินและใช้สร้างโฮเวอร์ยูนิตขนาดใหญ่สำหรับติดให้มาราไซเป็น ARZ-108GMr แกรนมาราไซ ได้ด้วย ซึ่งเรซิอ้อนก็ได้ดัดแปลงรูปแบบของโฮเวอร์ยูนิตให้ไฮแซ็คและบาร์ซัมในงานได้

rms-108-zeon.jpg

Gundam UC Version

Designer Hajime Katoki

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License