
RMS-154 Barzam
First appearance Mobile Suit Z Gundam
Designer Hideo Okamoto
Head height 19.4 m
Base weight 40.1 t Full weight 62.3 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1670 kW
Armaments
- beam saber
- 60 mm vulcan pod
- beam rifle
MS รุ่นผลิตจำนวนมากของทิทานส์ซึ่งออกแบบไว้สำหรับให้เข้าประจำการแทน MS รุ่นเก่าอย่างไฮแซ็คและจิมทูว์ เนื่องจากในช่วงหลังของศึกกรีปส์นั้นทิทานส์ได้เน้นการใช้งาน MS แบบแปลงร่างได้ซึ่งแม้จะมีสมรรถนะสูงแต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงและสำหรับนักบินทั่วๆไปแล้วก็นับว่าใช้งานยาก บาซัมจึงได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายและพัฒนามาจากข้อมูลของกันดั้มมาร์คทูว์ โครงสร้างของบาซัมนั้นเบาและเรียบง่าย ส่วนหัวแหลมๆมีเขาเสาอากาศยื่นออกมาด้านบนเป็นจุดเด่น อาวุธของบาซัมนั้นประกอบด้วยบีมเซเบอร์ซึ่งเก็บไว้ในเกราะแขนทั้งสองข้าง วัลแคนพ็อดติดหัวแบบเดียวกับของกันดั้มมาร์คทูว์ บาซัมยังใช้บีมไรเฟิลแบบพิเศษซึ่งเวลาใช้งานจะถือแบบติดข้างแขนและต่อสายเคเบิลส่งพลังงานจากส่วนไหล่แทนการใช้ Eแพ็ค ที่ปลายกระบอกปืนมีส่วนที่เหมือนง่ามคีมยื่นออกมาและสามารถติดเกรเน็ดลันเชอร์ได้
บาซัมยังมีรุ่นปรับปรุงที่มีลักษณะที่คล้ายกับกันดั้มมาร์คทูว์มากขึ้นและใช้อาวุธที่คล้ายกันโดยย้ายบีมเซเบอร์ไปติดไว้ที่แบ็คแพ็ค ส่วนบีมไรเฟิลนั้นเปลี่ยนเป็นแบบของกันดั้มมาร์คทูว์แต่ติดเกรเน็ดลันเชอร์ไว้ ซึ่งบาซัมรุ่นนี้กองกำลังป้องกันของสถานีอวกาศเพซุนได้ใช้ต่อต้านกลุ่มนิวดีไซส์แต่ก็ถูกทำลายจนหมด และยังมีทหารเดนตายของทิทานส์ที่หลบหนีไปยังดาวอังคารนั้นซึ่งกลุ่มเรซิอ้อนก็ได้ยึดและดัดแปลงบาซัมเป็น ARZ-154 โดยแต่งส่วนไหล่ให้ติดอาวุธเสริมอย่างมิสไซล์พ็อดได้และมีบีมไรเฟิลขนาดใหญ่เป็นอาวุธใหม่ รวมถึงสามารถติดโฮเวอร์ยูนิตแบบเกราะกระโปรงขนาดใหญ่เป็นแกรนบาซัมได้ และเมื่อดัดแปลงให้กันน้ำก็จะสามารถติดบูสเตอร์อควอฮัมบราบีทูว์เพื่อใช้งานแบบสะเทินน้ำสะเทินบกเป็น ARZ-154M อควอบาซัมได้ สหพันธ์โลกยังได้พัฒนา NRX-044BZ มูสิก ซึ่งเป็นรูปแบบของบาซัมที่ออกแบบให้ใช้งานแทนอัชชิมาซึ่งนับว่ามีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงอยู่แม้จะบินได้ดีมาก โดยได้เลือกใช้บาซัมจากที่มีแผนการผลิตเป็นกำลังหลักอยู่แล้ว โครงสร้างของอัชชิมานั้นได้ดัดแปลงให้เข้ากับมูฟเอเบิลเฟรมของบาซัมเพื่อให้ผลิตชิ้นส่วนได้ง่ายขึ้น ส่วนเกราะของอัชชิมานั้นยังคงจุดเด่นด้านความทนทานไว้และก็สามารถแยกจากบาซัมเป็นยานซับไฟลท์ มูสิกเบส ได้ด้วย บีมไรเฟิลของมูสิกก็เปลี่ยนเป็นแบบกระบอกใหญ่คล้ายกับของอัชชิมา
หลังการล่มสลายของทิทานส์ สหพันธ์โลกที่ต้องการนำบาซัมเข้าประจำการเองในช่วงสงครามนีโอซีออนครั้งที่หนึ่งเพราะทำการผลิตออกมามากพอสมควรและมีสายการผลิตที่พร้อมแล้วให้ใช้แทนจิมทูว์ที่ล้าสมัยมากแล้วและไฮแซ็คที่มีปัญหาด้านระบบพลังงาน แต่เนื่องจากเป็น MS ของทิทานส์จึงมีปัญหาด้านภาพลักษณ์จึงได้ทำการดัดแปลงโดยเปลี่ยนส่วนหัวเป็นแบบมีครอบแก้วปิดส่วนเซนเซอร์โมโนอายและดัดแปลงรูปร่างให้ดูคล้ายกับจิมซีรีส์มากขึ้นแล้วเรียกว่า บาร์จิม โดยเอวโกกับคาราบานั้นได้นำบาร์จิมเข้าประจำการก่อนโดยใช้รหัส MSA-008 ส่วนสหพันธ์นั้นใช้รหัส RGM-87 บาร์จิมรุ่นแรกนั้นเรียกได้ว่าแค่แก้ส่วนหัวให้เป็นแบบจิมเท่านั้น แต่ต่อมาก็ได้แก้ไขเป็นรุ่น B ซึ่งสามารถใช้ชิ้นส่วนของจิมทูว์ในการซ่อมบำรุงได้และต่อมาก็แก้ให้เข้ากับชิ้นส่วนอื่นๆจึงซ่อมบำรุงได้ง่ายขึ้นอีกเป็นรุ่น C ซึ่งต่อมานั้นแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ดัดแปลงเป็นรุ่น C2 ซึ่งเปลี่ยนเครื่องกำเนิดพลังงานเป็นแบบเดียวกับเจกันแบบ J หน่วยพิเศษ ป่าเบอนัม ซึ่งเป็นกองกำลังพิเศษของตระกูลโรนายังมี RGM-87CR บาร์จิมมาเฮาส์ ซึ่งเป็นบาร์จิมรุ่น C2 ที่ใช้เซนเซอร์แบบพิเศษของตนเองและมีอาวุธใหม่เป็นหอกบีม

RMS-154 Barzam
First appearance Gundam Sentinel
Designer Hajime Katoki
Head height 19.38 m
Base weight 40.1 t Full weight 62.34 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1670 kW
Armaments
- beam saber
- 60 mm vulcan pod
- beam rifle (grenade launcher)
- 360 mm hyper bazooka
- shield


