เบอร์ติโก

RMSN-008 Bertigo

First appearance After War Gundam X
Designer Junya Ishigaki
Overall height 18.5 m
Base weight 7.2 t
Special feature Flash system
Armaments

  • beam saber
  • machine cannon
  • internal beam rifle
  • bit

MSของกองกำลังปฏิวัติอวกาศซึ่งออกแบบสำหรับให้นิวไทป์ใช้งานในช่วงสงครามอวกาศครั้งที่7 เบอร์ติโกนั้นบินได้และมีสมรรถนะในระดับเดียวกับกันดั้มของสหพันธ์โลก ที่แขนสองข้างของเบอร์ติโกนั้นเป็นบีมไรเฟิลแบบติดตั้งภายในและใช้เก็บบิทซึ่งเป็นอาวุธขนาดเล็กที่บังคับจากระยะไกลผ่านแฟลชซิสเต็มด้วยพลังจิตของนิวไทป์ เบอร์ติโกยังมีอาวุธเสริมเป็นมาชีนแคนน่อนที่หน้าอกและบีมเซเบอร์ ในช่วงสงครามอวกาศครั้งที่ 7นั้น กองกำลังปฏิวัติอวกาศได้ส่งเบอร์ติโกจำนวนหนึ่งถูกส่งลงมายังโลกพร้อมกับ MA พาทูเลียในปฏิบัติการไลแล็ค แต่การโจมตีขีดขวางของกองทัพสหพันธ์ก็ทำให้พาทูเลียออกนอกหลุดออกนอกเส้นทางและเบอร์ติโกส่วนใหญ่ก็ถูกทำลายไป จนกระทั่งยุคหลังสงครามซึ่งโนโมอา ลอง อดีตนักวิจัยของกองกำลังปฏิวัติอวกาศได้แอบซ่อมแซมพาทูเลียอย่างลับๆพร้อมกับตั้งเมืองฟอร์ทเซเวิร์นเป็นการปกปิดแผนของตน ลองยังได้ใช้อะไหล่ของเบอร์ติโกสร้างขึ้นใหม่อีกเครื่องให้มนุษย์ดัดแปลง คาริส นอติลุสใช้เป็นหัวหน้ากองกำลังคุ้มครองฟอร์ทเซเวิร์น ซึ่งเมื่อยานฟรีเดนเดินทางมาถึงฟอร์ทเซเวิร์นนั้นก็ได้ต่อสู้กับกำลังคุ้มกันและกันดั้ม Xก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการต่อสู้กับเบอร์ติโก แต่หลังจากที่คิด ซาลซามิลได้ปรับปรุงกันดั้ม Xเป็นกันดั้ม Xดีไวเดอร์ และกาโรด รันก็ฝึกรับมืออาวุธบิทจนสามารถล้มเบอร์ติโกของคาริสได้ ก่อนที่คาริสจะถูกลองใช้เป็นแหล่งพลังจิตของพาทูเลีย เบอร์ติโกของคาริสนั้นต่อมาก็ได้รับการซ่อมแซมและยังคงเป็น MSประจำตัวคาริสในตอนที่ช่วยลูกเรือของยานฟรีเดนต่อสู้กับกองกำลังปฏิวัติอวกาศและสหพันธ์โลกใหม่ในการต่อสู้แย่งชิง DOME

นอกจากเบอร์ติโกแล้ว ในสมัยสงครามอวกาศครั้งที่ 7 นั้นกองกำลังปฏิวัติอวกาศยังได้ใช้งาน RMSN-002 เฟบรัล ซึ่งมีนิ้วทั้งสิบเป็นบีมแคนน่อนและมีท่อขับดันขนาดใหญ่ติดอยู่ที่แขน ร่างกายส่วนล่างของเฟบรัลนั้นไม่มีขาแต่เป็นเกราะกระโปรงขนาดใหญ่ซึ่งใช้เก็บบิทไว้ ในตอนจบของสงครามอวกาศครั้งที่ 7 นั้น เฟบรัลเป็น MSที่แลนสโลว์ ดาเวลใช้ในการต่อสู้กับกันดั้ม Xของจามิล นีทในปฏิบัติการทิ้งโคโลนีจำนวนมากลงไปบนโลกก่อนที่ทั้งสองจะโดนยิงตกทั้งคู่ แต่แลนสโลว์นั้นแยกส่วนหัวที่เป็นค็อกพิตสละเครื่องหนีมาได้

ในภาคมังงะของกันดั้ม Xนั้น คาริสได้เปลี่ยนไปใช้ ราสเวทเบตา ซึ่งใช้โครงสร้างของราสเวทที่ไม่ออกมาในมังงะแต่ติดชิ้นส่วนของเบอร์ติโกแทน ในภาคโทรทัศน์นั้น NRX-016 ราสเวทเป็น MSให้นิวไทป์ใช้งานซึ่งสถาบันวิจัยนิวไทป์ของสหพันธ์โลกใหม่ส่งไปช่วยพี่น้องฟรอสต์ในการต่อสู้กับกันดั้มดับเบิล Xพร้อมอาเบล บาวเออ ซึ่งเป็นนักบินทดสอบ ราสเวทนั้นนับได้ว่าเป็นกันดั้มแบบพื้นฐาน โดยใช้เกราะโลหะผสมลูนาไททาเนียมและติดตั้งแฟลชซิสเต็มเหมือนกัน ราสเวทสามารถบินได้และมีอาวุธเป็นบีมเซเบอร์กับบีมไรเฟิล พี่น้องฟรอสต์จงใจปล่อยให้อาเบลต้องต่อสู้กับยานฟรีเดนด้วยตัวคนเดียวซึ่งทำให้พลังจิตของอาเบลตื่นขึ้นเต็มที่และใช้งานแฟลชซิสเต็มได้ ทำให้สามารถควบคุมบิทราสเวท ซึ่งเป็นราสเวทแบบไร้คนบังคับที่ควบคุมด้วยพลังจิตและมีลักษณะที่เหมือนกับราสเวททุกประการ ซึ่งเมื่อเข้าโจมตีศัตรูพร้อมกันนั้นก็จะทำให้ศัตรูสับสนและไม่สามารถแยกราสเวทตัวจริงออกได้ รูปแบบของราสเวทเบตานั้นในเวลาต่อมาก็ได้รับการดัดแปลงเป็น GNR-0008C กันดั้มนูเวลซึ่งออกมาในมังงะตอนพิเศษ Next Prologue

nrx-016.jpg

NRX-016 Rasveht

First appearance After War Gundam X
Designer Junya Ishigaki
Head height 17.8 m
Base weight 8.1 t
Armor lunar titanium alloy
Special feature Flash system
Armaments

  • beam saber
  • beam rifle
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License