กันดั้มมาร์คทูว์

RX-178 Gundam Mark II

First appearance Mobile Suit Z Gundam
Designer Kunio Okawara, Mamoru Nagano, Kazumi Fujita
Head height 18.5 m
Base weight 33.4 t Full weight 54.1 t
Armor titanium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1930 kW
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan pod
  • 360 mm hyper bazooka
  • beam rifle
  • shield (missile)

MSของทิทานส์ที่พัฒนาในโคโลนีกรีนโนอาโดยใช้รูปแบบของกันดั้ม กันดั้มมาร์คทูว์นั้นใช้เทคโนโลยีมูฟเอเบิลเฟรมซึ่งออกแบบโดยรวมการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับการควบคุมไว้กับโครงสร้างอย่างเต็มรูปแบบจึงสามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ได้ ทำให้สามารถปรับแต่งเสริมอุปกรณ์ที่ซับซ้อนได้ง่ายและยังจำเป็นต่อระบบแปลงร่างอีกด้วย อาวุธของกันดั้มมาร์คทูว์นั้นเป็นอุปกรณ์แบบมาตรฐาน คือวัลแคนพ็อดแบบถอดออกได้ บีมเซเบอร์ บีมไรเฟิล และไฮเปอร์บาซูก้า โล่ที่ใช้ป้องกันตัวนั้นจะใช้เก็บเอเนอจีแพ็คสำรองของบีมไรเฟิลและสามารถติดตั้งมิสไซล์ได้ กันดั้มมาร์คทูว์นั้นใช้เกราะโลหะไททาเนียมผสมเซรามิคแทนกันดาเรียมและไม่สามารถเข้าสู่บรรยากาศโลกด้วยตัวเองได้ เดิมทีนั้นทิทานส์ตั้งใจให้กันดั้มมาร์คทูว์เป็น MSแบบผลิตจำนวนมากและใช้โทนสีดำเทา แต่หลังจากที่สร้างเครื่องต้นแบบออกมาสามเครื่องแล้ว สองเครื่องแรกก็ถูกกองกำลังของเอวโกซึ่งลอบเข้าไปในโคโลนีกรีนโนอาชิงไปด้วยความช่วยเหลือของคามิว บิแดนซึ่งมีความแค้นกับทิทานส์เป็นการส่วนตัว ส่วนเครื่องที่สามนั้นในเวลาต่อมาก็ถูกร้อยโทเอมมา ชีนซึ่งเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของทิทานส์ใช้หลบหนีไปเข้ากับเอวโกด้วยเช่นกัน เอวโกนั้นได้ส่งกันดั้มมาร์คทูว์เครื่องหนึ่งให้แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกใช้ศึกษามูฟเอเบิลเฟรม ส่วนอีกสองเครื่องนั้นได้ทาสีใหม่เป็นสีขาวน้ำเงิน โดยเครื่องหนึ่งนั้นเป็น MSประจำตัวของคามิวก่อนจะเปลี่ยนไปเป็น MSของเอมมาหลังจากที่คามิวได้เซต้ากันดั้มมาแทนแล้ว ส่วนอีกเครื่องเก็บไว้ใช้เป็นอะไหล่ แต่หลังจากศึกกรีปส์ซึ่งกันดั้มมาร์คทูว์ของเอมมาถูกทำลายจึงได้นำมาใช้งานเป็นหนึ่งใน MSของกันดั้มทีมและมีเอล เบียนโนเป็นนักบินหลัก

แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกยังได้พัฒนาแผนการปรับปรุงกันดั้มมาร์คทูว์ซึ่งมีจุดอ่อนด้านพลังป้องกัน นั่นก็คือ FA-178 ฟุลอาเมอร์กันดั้มมาร์คทูว์ ซึ่งเป็นเกราะฟุลอาเมอร์พร้อมกับติดตั้งอาวุธหนักอย่างบีมแคนน่อนแบบสองลำกล้องและเกรเน็ดลันเชอร์ คล้ายกับฟุลอาเมอร์กันดั้ม แต่เกราะนี้จะลดความคล่องแคล่วของกันดั้มมาร์คทูว์ลงมาอย่างมาก แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกจึงหันไปพัฒนายาน FXA-05D Gดีเฟนเซอร์ซึ่งสามารถประกอบกับมาร์คทูว์เป็นซูเปอร์กันดั้มได้ โดยเป็นแบ็คแพ็คและเกราะไหล่ ทำให้อัตราเร่งและความคล่องตัวสูงขึ้นถึง 20% Gดีเฟนเซอร์นั้นหุ้มเกราะกันดาเรียมจึงทำให้ซูเปอร์กันดั้มมีการป้องกันที่ดีกว่าเดิมมาก และซูเปอร์กันดั้มก็สามารถใช้มิสไซล์ลันเชอร์กับบีมไรเฟิลของ Gดีเฟนเซอร์ได้ ที่จริงแล้วยังมีกันดั้มมาร์คทูว์อีกเครื่องซึ่งทิทานส์พัฒนาขึ้นมาก่อนหน้านี้โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากกันดั้มโปรเจ็คท์ นั่นก็คือ RX-178-X0 กันดั้มมาร์คทูว์หมายเลขศูนย์ หรือเรียกอีกชื่อว่ากันดั้มมาร์คทูว์รุ่นต้นแบบ เครื่องหมายเลข 0นี้มีสมรรถนะสูงกว่าตัวจริงมากจนสามารถเทียบได้กับ MSที่เข้าประจำการในช่วงหลังของศึกกรีปส์ อาวุธของกันดั้มมาร์คทูว์รุ่นต้นแบบประกอบด้วยวัลแคนแบบติดตั้งภายในซึ่งถอดออกไม่ได้และบีมไรเฟิลกับบีมเซเบอร์รุ่นทดลอง ซึ่งบีมไรเฟิลรุ่นทดลองนี้มีพลังเทียบได้กับปืนใหญ่มหาอนุภาคของยานชั้นแม็กเจลแลนเลยทีเดียว แต่ความแม่นยำค่อนข้างต่ำและใช้พลังงานมาก ค่าใช้จ่ายในการสร้างรุ่นต้นแบบนี้ยังแพงพอที่จะสร้างยานชั้นเปกาซัสได้สองสามลำเลยทีเดียว

ในภาคบิลด์ไฟเตอร์ อิโอริ เซย์ยังได้ประกอบ RX-178B บิลด์กันดั้มมาร์คทูว์ ขึ้นมาเป็นกันพลาสำรองของบิลด์สไตรค์กันดั้มและใช้งานเป็นครั้งแรกหลังจากที่บิลด์สไตรค์กันดั้มได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการต่อสู้กับซาคุอเมซิง โดยเซย์ได้จินตนาการว่าเป็นกันดั้มมาร์คทูว์ที่ทิทานส์สร้างเพิ่มในภายหลังให้เหนือกว่าซูเปอร์กันดั้มและถูกเอวโกเอาไปดัดแปลง สาเหตุที่เซย์เลือกใช้กันดั้มมาร์คทูว์นั้นมาจากความสามารถในการประกอบกับ Gดีเฟนเซอร์ซึ่งเซย์เห็นว่าคล้ายกับสไตรเกอร์แพ็คของสไตรค์กันดั้มจึงสามารถดัดแปลงไอเดียที่คิดไว้แล้วมาประยุกต์ได้ เสาอากาศ Vฟินของบิลด์มาร์คทูว์นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติซึ่งแสดงถึงระบบเซนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพขึ้น จุดเด่นของบิลด์มาร์คทูว์ก็คือแบ็คแพ็ค บิลด์บูสเตอร์มาร์คทูว์ ซึ่งเซย์พัฒนามาจากบิลด์บูสเตอร์ของบิลด์สไตรค์โดยผสมลักษณะของแกปแลนกับ Gดีเฟนเซอร์เข้าด้วยกัน บิลด์บูสเตอร์มาร์คทูว์นี้มีอาวุธเป็นบิลด์ไรเฟิลมาร์คทูว์สองกระบอกที่ติดไว้กับมูฟเอเบิลชิลด์ไบน์เดอร์ซึ่งเชื่อมต่อกับส่วนแกนของบิลด์บูสเตอร์ด้วยแขนกลให้ขยับได้มาก ซึ่งเวลาใช้งานนั้นสามารถประกอบกับล็อกที่แขนเพื่อเล็งหรือจะดึงออกมาใช้แบบมือถือก็ได้ โดยขณะที่เชื่อมต่อกับบูสเตอร์นั้จะมีอานุภาพสูงกว่า บิลด์บูสเตอร์มาร์คทูว์ยังคงความสามารถในการแยกเป็นยานออกมาได้เหมือนบิลด์บูสเตอร์ และบิลด์กันดั้มมาร์คทูว์ก็ยังคงใช้อาวุธเดิมของกันดั้มมาร์คทูว์ได้

rx-178-fxa-05d.jpg

RX178+FXA-05D Super Gundam

First appearance Mobile Suit Z Gundam
Head height 18.5 m
Base weight 33.4 t Full weight 94 t
Armor titanium alloy/ceramic composite, gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • beam saber
  • 60 mm vulcan pod
  • 360 mm hyper bazooka
  • long beam rifle
  • 14-tube missile pod
fxa-05d.jpg

FXA-05D G-Defenser

First appearance Mobile Suit Z Gundam
Overall length 39.5 m
Base weight 24.7 t Full weight 60.3 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • laser gun
  • long beam rifle
  • 14-tube missile pod
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License