
RX-77-3 Guncannon Heavy Type
First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 17.5 m
Base weight 58.6 t Full weight 79.1 t
Armor luna titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1380 kW
Armaments
- 60 mm vulcan gun
- beam rifle
- hand grenade
- 240 mm cannon
MS ที่สหพันธ์โลกพัฒนาต่อมาจากกันแคนน่อนโดยได้เน้นการใช้งานแบบยูนิตเดี่ยวแทนการยิงสนับสนุน ปืนใหญ่คู่ที่เป็นอาวุธหลักนั้นก็แก้ไขให้บรรทุกกระสุนได้มากขึ้นและมีอัตราการยิงที่ต่อเนื่องกว่าของกันแคนน่อนประมาณครึ่งหนึ่ง ทั้งยังเพิ่มระเบิดมือเป็นอาวุธเสริม ส่วนระบบคอร์บล็อกถูกเอาออกไปเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เกราะของกันแคนน่อนรุ่นหนักนี้ได้รับการแก้ไขให้รับแรงถีบขณะยิงปืนใหญ่ได้ดีขึ้น แต่เนื่องจากปืนเองก็มีอานุภาพมากขึ้นด้วยจึงยังคงมีปัญหาอยู่ กันแคนน่อนรุ่นหนักนี้ได้พัฒนาต่อมาอีกเป็น RX-77-3D โดยเสริมท่อขับดันที่ขาและแบ็คแพ็คอีกสี่จุดเพื่อเพิ่มการขับเคลื่อน และอาวุธเสริมคือบาซูกา 380 มม. RX-77-3D ยังมีโล่ขนาดเล็กแบบเดียวกับกันดั้มภาคพื้นดิน โดยนอกจากจะใช้สำหรับป้องกันตัวแล้วยังช่วยถ่วงสมดุลน้ำหนักของบาซูกาด้วย ซึ่ง RX-77-3D นี้ส่วนใหญ่แล้วใช้ในการต่อสู้กับทหารซีอ้อนในพื้นที่แอฟริกาเหนือช่วงท้ายสงครามหนึ่งปี
สหพันธ์โลกยังได้พัฒนา RX-77-4 กันแคนน่อนทูว์ ซึ่งใช้บีมแคนน่อนติดบ่าขวาและมีเซนเซอร์พิเศษที่บ่าซ้ายเป็นอุปกรณ์เล็งแทนปืนใหญ่แฝด ซึ่งการที่ไม่ต้องแบกน้ำหนักของกระสุนปืนใหญ่ทำให้มีความคล่องตัวสูงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาก ซึ่งในช่วงที่สหพันธ์พัฒนาจิมแคนน่อนทูว์นั้นก็มีการพัฒนา RX-77D-4 กันแคนน่อนทูว์รุ่นผลิตจำนวนมาก เป็นโครงการคู่แข่ง กันแคนน่อนทูว์รุ่นผลิตจำนวนมากนั้นเปลี่ยนมาใช้ชิ้นส่วนของจิมสไนเปอร์ทูว์แทนโดยอาศัยว่านอกจากจะมีสมรรถนะที่สูงแล้วกล้องติดหัวของจิมสไนเปอร์ทูว์ยังช่วยให้ยิงโจมตีระยะไกลได้ดีมากอีกด้วย ที่แขนทั้งสองข้างของกันแคนน่อนทูว์รุ่นผลิตจำนวนมากมีโล่ติดบีมแคนน่อนแฝดซึ่งเป็นแบบใช้พลังงานจาก E แพ็ค ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ บีมแคนน่อนติดบ่านั้นย้ายไปไว้กับแบ็คแพ็คและเซนเซอร์เล็งก็ปรับปรุงเป็นแบบติดจานเรดาร์ที่มีประสิทธิภาพขึ้นอีก แต่ในที่สุดนั้นสหพันธ์โลกก็เลือกผลิตจิมแคนน่อนทูว์และกันแคนน่อนทูว์รุ่นผลิตจำนวนมากก็ไม่มีการผลิตใช้งานจริง
ในภาค Thunderbolt นั้น กันแคนน่อนทูว์ก็ได้รับการพัฒนาต่อมาหลังสงครามหนึ่งปีเป็น RX-77-4BG บุล G ซึ่งแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ใช้ในการพัฒนา MS ที่สวมเกราะแบบฟุลอาเมอร์และใช้อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรงให้เป็นกำลังหลักของสหพันธ์ แต่หลังจากที่กองกำลังไททันส์แยกตัวจากสหพันธ์ไปซึ่งทำให้สหพันธ์โลกถูกตัดขาดจากแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์ไปด้วย สหพันธ์โลกก็ได้พัฒนากันแคนน่อนทูว์ต่อมาเองเพื่อใช้เป็นกำลังหลักเป็น RX-77-4-Gb กันบัลเล็ต ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกันแคนน่อนแต่เปลี่ยนปืนใหญ่เป็นมิสไซล์ลันเชอร์สามลำกล้องและที่แขนทั้งสองข้างจะมีแขนกลที่ใช้ถือโล่ได้

RX-77-3D Guncannon Heavy Type D
First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara
Head height 17.5 m
Base weight 57.2 t
Armor luna titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1380 kW
Armaments
- 60 mm vulcan gun
- beam rifle
- hand grenade
- 240 mm cannon
- 'Balzak' 380 mm rocket bazooka
- short shield


