กันดั้มอื่นๆ
rx-78xx.jpg

RX-78XX Gundam Pixy

First appearance Mobile Suit Gundam: Cross Dimension 0079
Designer Kunio Okawara
Head height 18.3 m
Base weight 39.8 t
Armor lunar titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1440 kW
Special feature Beam Stealth Coat
Armaments

  • beam dagger
  • 60 mm vulcan gun
  • 90 mm sub-machine gun

กันดั้มที่พัฒนาขึ้นสำหรับใช้งานภาคพื้นดินโดยเฉพาะและออกแบบให้มีความคล่องตัวสูง พิกซีนั้นดัดแปลงรูปบบมาจากกันดั้มโดยใช้เครื่องกำเนิดพลังงานที่มีกำลังมากขึ้นและเสริมอโพจีมอเตอร์สำหรับปรับทิศทางแต่คอร์ไฟเตอร์และท่อขับดันที่ใช้ในการเคลื่อนไหวในอวกาศนั้นถุกเอาออกไปเพื่อลดน้ำหนักโดยที่ยังคงติดตั้งคอมพิวเตอร์แบบเรียนรู้ได้อยู่ กันดั้มพิกซีจึงมีสมรรถนะภาถพื้นดินที่สูงมาก ส่วนเกราะได้รับการออกแบบให้ทนกระสุนได้ดีและมีคุณสมบัติพิเศษที่เรียกว่า บีมสเตลธ์โคต แต่ไม่มีข้อมูลการทำงาน อาวุธของพิกซีนั้นเน้นที่การต่อสู้ระยะประชิดตัวจึงใช้ปืนมือถือเป็นปืนกลเล็ก 90 มม. และใช้อาวุธระยะประชิดตัวเป็นมีดบีมคู่ติดเอวสองเล่ม

สหพันธ์โลกนั้นได้สร้างกันดั้มพิกซีทั้งหมดสามเครื่อง โดยเครื่องหมายเลขสองนั้นได้เตรียมการให้เข้าประจำการบนยานไวท์เบส แต่ระหว่างที่เก็บไว้ในฐานทะเลทรายโกบีนั้น ร้อยเอกบอร์ค ครายแห่งหน่วยขนส่งอัลบาทรอสก็ได้เอามาใช้ต่อสู้กับหน่วยรบของซีอ้อนที่ได้บุกเข้าทำลายพิกซี และผู้บัญชาการของฐานอัลบาทรอส นอคท์ กาดิช ก็ได้หนีเอาตัวรอดหลังการโจมตีอย่างหนักของหน่วยวูล์ฟการ์โดยทิ้งบอร์คไว้คนเดียว นอกจากนั้นยังมีเครื่องของเฟรด รีเบอร์ สมาชิกของหน่วยสเลฟเรธ ซึ่งก็ไม่แน่ชัดว่าเป็นพิกซีอีกสองเครื่องที่เหลือหรือเป็นพิกซีของบอร์คที่เก็บคืนมากันแน่


rx-78sp.jpg

RX-78SP Gunner Gundam

First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 59.5 t
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • beam dagger
  • 60 mm vulcan gun
  • long range beam rifle

กันดั้มที่ได้รับการออกแบบหลังสงครามหนึ่งปีเพื่อให้สามารถใช้ยิงสนับสนุนระยะกลางได้ดีขึ้น กันเนอร์กันดั้มนั้นได้รับการออกแบบให้มีเกราะหนาตามแบบของเฮฟวีกันดั้มด้วย ที่หน้าอกมีเซนเซอร์เสริมและที่แบ็คแพ็คก็ติดเซนเซอร์พ็อดขนาดใหญ่ซึ่งสามารถตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าได้แม้จะถูกอนุภาพมินอฟสกีรบกวน เซนเซอร์พ็อดนี้นอกจากจะใช้ตรวจจับศัตรูแล้วยังสามารถใช้เป็นแจมเมอร์ได้ด้วย ซึ่งที่เซนเซอร์ตาของกันเนอร์กันดั้มจะมีครอบแก้วกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการทำงานของเซนเซอร์พ็อดติดอยู่ บีมไรเฟิลของกันเนอร์กันดั้มนั้นได้ใช้ข้อมูลที่ศึกษาจากอาวุธบีมที่ซีอ้อนใช้งานในช่วงท้ายของสงครามหนึ่งปีและมีอานุภาพสูงขั้นประมาณ 30% และเมื่อใช้งานร่วมกับเซนเซอร์พ็อดก็จะมีระยะหวังผลพอๆกับปืนอนุภาคของยานลาดตะเวน ส่วนบีมเซเบอร์นั้นได้ย้ายไปเก็บไว้ที่ขา

สหพันธ์โลกได้สร้างเครื่องจำลองการทำงานของกันเนอร์กันดั้มโดยดัดแปลงจากโครงสร้างของจิมแทน แต่แม้ว่ากันเนอร์กันดั้มจะใช้งานได้ดีทั้งการยิงโจมตีะระยะไกลและต่อสู้ตามปกติ สหพันธ์โลกก็เห็นว่าการใช้งานนั้นซ้ำซ้อนกับมัดร็อกกันดั้มจึงไม่มีการสร้างใช้งานจริง


RX-78AL Atlas Gundam

First appearance Mobile Suit Gundam Thunderbolt
Designer Yasuo Ohtagaki
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments

  • beam dagger
  • assault rifle
  • railgun
  • blade shield

กันดั้มรุ่นต้นแบบที่พัฒนาหลังสงครามหนึ่งปีด้วยเทคโนโลยีที่ศึกษามาจากของซีอ้อนและเป็น MS ประจำตัวของอิโอ เฟลมมิง แอตลาสกันดั้มนั้นได้รับการออกแบบสำหรับการต่อสู้ภาคพื้นดินและให้สามารถใช้งานแบบสะเทินน้ำสะเทินบกได้ ที่ส่วนขาจึงติดระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจ็ตไว้ด้วย แอตลาสกันดั้มนั้นมีรูปร่างเพรียวและใช้ข้อต่อแบบทรงกลมที่เคลื่อนไหวได้มากกว่าปกติให้เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว จุดเด่นของแอตลาสกันดั้มก็คือบูสเตอร์ยาวซึ่งเรียกว่าซับเลกที่ติดไว้กับแขนกลด้านหลัง ซับเลกนั้นมีกำลังที่ทำให้แอตลาสกันดั้มสามารถขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศระดับสูงได้ และสามารถเลื่อนมาประกบกับเท้าแบบสกีได้ด้วย ที่ซับเลกยังสามารถติดคอนเทนเนอร์อาวุธและโล่เบลดชิลด์ซึ่งสามารถป้องกันความร้อนจากบีมได้ดี รวมทั้งสามารถพับเป็นเหมือนแพได้ อาวุธหลักของแอตลาสกันดั้มนั้นเป็นเรลกันขนาดใหญ่ซึ่งสามารถทำลาย MSได้ในนัดเดียวและขณะที่ยิงนั้นจะแผ่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาป้องกันตัวแอตลาสกันดั้มจากการโจมตีที่ไม่รุนแรงนักได้ ที่ไหล่เก็บบีมเซเบอร์ไว้


rx-78gp00.jpg

RX-78GP00 Gundam GP00 "Blossom"

First appearance Gundam Secret Weapons
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Special feature Core Block System, Minovsky Particle Interference Wave Searcher
Armaments

  • beam saber
  • large beam rifle

GPซีรีส์เครื่องแรกจากกันดั้มโปรเจ็คท์ซึ่งสหพันธ์โลกให้บริษัทแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกส์พัฒนาให้หลังสงครามหนึ่งปีตามแผนการฟื้นฟูกำลังรบ กันดั้มบลอสซัมหรือที่เรียกสั้นๆว่ากันดั้ม GP00นั้นได้รับการออกแบบให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้มากมายเพื่อใช้ในการทดลองเทคโนโลยีทั้งหมดโดยติดกับดรัมเฟรมด้านหลัง กันดั้ม GP00นั้นใช้ระบบคอร์บล็อกโดยประกอบกับยาน FF-X(7)II คอร์บูสเตอร์ทูว์ ซึ่งการใช้งานระบบคอร์บล็อกกับ กันดั้ม GP00นั้นไม่เน้นให้ใช้เป็นระบบหนีภัยแต่เพื่อให้สามารถใช้บูสเตอร์เพิ่มกำลังขับเคลื่อนของกันดั้ม GP00ได้ โดยเมื่อประกอบกันนั้นส่วนบูสเตอร์ก็จะแยกจากคอร์ไฟเตอร์มาประกบที่เอว ส่วนอุปกรณ์อื่นๆก็จะประกอบกับดรัมเฟรม

กันดั้ม GP00นั้นมีอาวุธติดตัวเป็นบีมเซเบอร์ที่ไหล่และในตอนที่เริ่มทดสอบนั้นได้ติดบีมไรเฟิลขนาดใหญ่กับจารเรดาณ์ซึ่งเป็นระบบตรวจจับด้วยอนุภาคมินอฟสกีซึ่งเรียกว่า MPIWS (Minovsky-Particles Interference-Wave Searcher) แต่ในการทดสอบจริงนั้นพบว่าอุปกรณ์ทั้งสองมีจุดบกพร่องอยู่มาก บีมไรเฟิลขนาดใหญ่นั้นแม้จะมีอานุภาพสูงแต่ก็ใช้เวลาในการประจุอนุภาคนานเกินไปและไม่สามารถยิงต่อเนื่องได้ ส่วน MPIWS นั้นแม้จะมีขอบเขตในการตรวจจับที่กว้างแต่ก็ผิดพลาดบ่อยจนนับว่าขาดความแม่นยำเกินไป การติดอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ยังทำให้สมรรถนะของกันดั้ม GP00ตกลงมาจนต่ำกว่าที่คาดไว้ด้วย ซึ่งในระหว่างการทดสอบกันดั้ม GP00นั้นได้เจอกับทีมปืนใหญ่ซาเมลซึ่งเป็นทหารเดนตายของซีอ้อนโดยบังเอิญและกันดั้ม GP00ก็ถูกทำลาย ซึ่งหลังจากที่ได้เก็บซากมาตรวจสอบก็สรุปได้ว่าระบบการทำงานที่ซับซ้อนนั้นทำให้บังคับได้ยากเกินไป เมื่อพัฒนา GPซีรีส์เครื่องต่อๆมาจึงได้สร้างแยกกันไปตามการใช้งานโดยเฉพาะ

ff-xii-bst.jpg

FF-X(7)II Core Booster II

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License