กันดั้มภาคพื้นดิน
rx-79g.jpg

RX-79[G] Gundam Ground Type

First appearance Mobile Suit Gundam : The 08th MS Team
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 52.8 t Full weight 73 t
Armor luna titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1350 kW
Armaments

  • beam saber
  • vulcan gun
  • multi-launcher
  • 100 mm machine gun
  • 180 mm cannon
  • Gundam hammer
  • beam rifle
  • 6-tube missile launcher
  • bazooka
  • net gun
  • shield

ในการพัฒนากันดั้มนั้นมีการคัดคุณภาพของชิ้นส่วนที่พิถีพิถันมากเพื่อให้ได้เครื่องต้นแบบที่สมบูรณ์ที่สุด เมื่อการพัฒนากันดั้มเสร็จสิ้นแล้วจึงมีชิ้นส่วนต้นแบบเหลือเพราะได้คุณภาพไม่ตรงตามความต้องการเป็นจำนวนมากทีเดียว เนื่องจากสหพันธ์นั้นต้องการเพิ่มกำลัง MS อย่างรวดเร็วที่สุดและชิ้นส่วนเหล่านี้ก็นับว่ามีสมรรถนะที่สูงอยู่จึงได้นำมาดัดแปลงใช้งานและออกแบบสร้างใหม่เป็นกันดั้มรุ่นผลิตจำนวนจำกัดสำหรับใช้งานบนโลกโดยเฉพาะและถอดระบบคอร์บล็อกกับอุปกรณ์สำหรับใช้ในอวกาศออกไป เนื่องจากชิ้นส่วนของกันดั้มนั้นมีคุณภาพสูงกว่าชิ้นส่วนที่ออกแบบใหม่สำหรับการผลิตจำนวนมากจึงได้ติดตั้งลิมิเตอร์จำกัดให้สมรรถนะอยู่ในระดับที่สามารถปฏิบัติการได้อย่างราบรื่น แต่นักบินก็สามารถปิดลิมิเตอร์เพื่อให้ใช้กำลังเต็มที่เป็นการชั่วคราวได้ เนื่องจากกันดั้มภาคพื้นดินนั้นได้รับการออกแบบให้ใช้งานในพื้นที่ทุรกันดารได้ ที่ส่วนหัวจึงติดกล้องเพอริสโคปไว้ใช้งานใต้น้ำแทนปืนวัลแคน ในกรณีที่ใช้ปฏิบัติการในทะเลทรายจะใช้ฉนวนปิดส่วนข้อต่อไม่ให้ทรายเข้า และที่ค็อกพิตก็มีรอกสำหรับให้นักบินใช้ขึ้นลงได้สะดวก บีมเซเบอร์ถูกย้ายมาไว้ที่ขา ส่วนแบ็คแพ็คด้านหลังนั้นปกติแล้วใช้เก็บอาวุธต่างๆแต่ก็สามารถถอดเปลี่ยนเป็นร่มชูชีพหรือคอนเทนเนอร์แทนได้ ที่หน้าอกด้านซ้ายเป็นปืนวัลแคนกับมัลติลันเชอร์ ส่วนอาวุธมือถือนั้นโดยปกติแล้วจะใช้ปืนกล 100 มม.และปืนใหญ่ขนาด 180 มม.เป็นอาวุธหลัก และก็มีอาวุธอื่นๆอย่างมิสไซล์ลันเชอร์หกลำกล้อง บาซูก้า และบีมไรเฟิลให้ใช้ได้ ส่วนโล่ก็ใช้แบบที่เล็กกระทัดรัดกว่าของกันดั้ม กันดั้มภาคพื้นดินนั้นได้รับการผลิตออกมาทั้งหมดประมาณ 20 เครื่อง โดย 12 เครื่องนั้นประจำการอยู่กับกองกำลังโคจิมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เนื่องจากกันดั้มภาคพื้นดินนั้นใช้ชิ้นส่วนซึ่งเลิกผลิตไปแล้ว เมื่อกันดั้มภาคพื้นดินได้รับความเสียหายจึงไม่มีอะไหล่และต้องใช้ชิ้นส่วนของ MS อื่นๆอย่างจิมภาคพื้นดินมาดัดแปลงแทน ซึ่งก็รวมถึงเครื่องที่แต่งพิเศษทั้งตัวอย่างกันดั้ม Ez8 และ RX-79[G]SW สเลฟเรธ ของหน่วยสเลฟเรธ ซึ่งได้เปลี่ยนเซนเซอร์และระบบสื่อสารให้มีประสิทธิภาพขึ้นและใช้แบ็คแพ็คที่มีกำลังขับเคลื่อนสูงกว่าเดิม และหลังจากที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักในการต่อสู้กับเพลไรเดอร์ก็ได้รับการปรับปรุงอีกขั้นเป็น RX-79[G]SW ฟุลอาเมอร์สเลฟเรธ โดยติดตั้งเกราะแบบถอดออกได้เพื่อเพิ่มพลังป้องกัน ที่แบ็คแพ็คมีเวอเนียร์เสริม มิสไซล์ลันเชอร์และติดปืนกลแก็ตลิ่งที่ถอดมาจากโล่ของกูฟคัสตอม ที่โล่ติดปืนกลแบบสองลำกล้อง และเสริมมิสไซล์พ็อดไว้ที่ขา กันดั้มภาคพื้นดินของราฟ ซับคา หัวหน้าหน่วย 17 นั้นหลังจากที่ได้รับความเสียหายและเกิดเหตุทำให้ต้องใช้บริการของเอกชนซ่อมแซมให้ก็ได้ยอมทำตามมาโรบิ เบรดอนซึ่งเป็นลูกทีมที่อยากเป็นทีมเด่นๆแบบเอซของซีอ้อน แต่งใหม่เป็น RX-79[G]RR กันดั้ม RR (รีเรจ) ให้เข้ากับจิม RR ของลูกทีมเป็นทีมสามดาวยักษ์แดง โดยทาสีแดงเกือบทั้งตัวยกเว้นขาซ้ายกับไหล่ซ้าย ส่วนหัวติดไวเซอร์ยูนิตที่สามารถเลื่อนลงมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการประมวลข้อมูลของระบบเซนเซอร์และติดเสาอากาศที่ใหญ่กว่า V ฟินเดิมเพื่อเพิ่มความสามารถในการสื่อสาร ส่วนแบ็คแพ็คไม่มีคอนเทนเนอร์ แต่ติดบาซูกาสองลำกล้องซึ่งเป็นอาวุธทำพิเศษไว้ และยังมีอาวุธมือถือใหม่คือแก็ตลิงรีวอลบาซูกา ซึ่งเป็นบาซูกาแบบลูกโม่ที่สามารถยิงรัวหรือเลือกใช้กระสุนแบบต่างๆกัน โดยที่ข้างเอวของกันดั้ม RR จะมีหัวระเบิดสำรองเก็บไว้ แต่ในภายหลังที่กันดั้ม RR ได้รับความเสียหายอย่างหนักอีกครั้งนั้นก็ต้องซ่อมให้กลับไปคล้ายกับกันดั้มภาคพื้นดินอีก โดยถอดไวเซอร์ยูนิตที่ไม่มีพาร์ทเปลี่ยนออกและใช้บีมไรเฟิลเป็นอาวุธหลัก ส่วนแบ็คแพ็คกับแก็ตลิงรีวอลบาซูกานั้นได้เอาไปให้จิม RR ของมาโรบิใช้

นอกจากนั้นก็มี RX-79[G]F สไลเฟรล ซึ่งเป็นเครื่องที่แต่งใช้งานภาคสนามในพื้นที่กันดารอย่างหนองบึงหรือป่าทึบ โดยใช้แบ็คแพ็คที่เบากว่าเดิม เสริมเกราะช่วงบนให้มีความทนทานมากขึ้นโดยที่ไหล่มีส่วนที่เหมือนโล่บังแขนท่อนบนไว้ด้วย โล่เดิมที่ใช้นั้นก็แต่งโดยทีแผงยื่นออกมาด้านบนให้ป้องกันได้ดีขึ้น สไลเฟรลนั้นทาสีทีบให้มองเห็นในพื้นที่ป่าได้ยากขึ้นและมีอาวุธใหม่เป็นบีมจาเวลินแบบห้าง่ามสองด้ามซึ่งออกแบบตามที่นักบินอยากได้อาวุธแบบกระบองสามท่อนที่คิดว่าจะใช้ในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางได้ดี บีมจาเวลินสองด้ามนี้สามารถนำมาประกอบเป็นลองบีมจาเวลินด้ามเดียวได้

ในภาค Thunderbolt นั้น รูปแบบของกันดั้มภาคพื้นดินได้เปลี่ยนไปโดยใช้โครงสร้างแบบเดียวกับกันดั้มเฮดเป็นกำลังหลัก ส่วนหัวไม่มีเสาอากาศ V ฟินแต่มีตราของสหพันธ์โลกอยู่แทน ตามข้อต่อหุ้มฉนวนและที่ช่องระบายความร้อนหน้าอกก็ติดตะแกรงไว้ ทั้งยังใช้แบ็คแพ็คขนาดใหญ่ที่นอกจากแขนกลแล้วยังมีกำลังขับเคลื่อนมากกว่าของจิมซึ่งเมื่อใช้งานรวมกับท่อขับดันที่ขาก็จะสามารถลอยตัวได้ แต่ก็มีคำครหาว่าจริงๆแล้วกันดั้มภาคพื้นดินแบบ S นั้นเป็นเพียงจิมที่สร้างเลียนแบบกันดั้มเท่านั้น ซึ่งกันดั้มภาคพื้นดินที่ประจำการกับหน่วยสปาร์ตันเข้าปราบปรามทหารเดนตายของซีอ้อนและกลุ่มพันธมิตรทะเลใต้นั้นจะใช้รหัส RX-79[GS] แต่ก็ไม่ต่างจากเดิม กันดั้มภาคพื้นดินเเครื่องหนึ่งนั้นเป็นของโมนิกา เอล เบียนกิ ซึ่งต่อมานั้นได้ออกจากกองทัพไปเป็นทหารรับจ้างและแต่งกันดั้มภาคพื้นดินของตนเองเป็น RX-79[G]BO กันดั้มบาวน์เซอร์ ซึ่งแต่งให้เหมาะกับการใช้งานในทะเลทรายมากขึ้นและถอดแบ็คแพ็คแบบเดิมออกเแล้วสวมผ้าคลุมโฮเวอร์ซึ่งเป็นท่อติดท่อขับดันไว้ที่ปลายแทน ผ้าคลุมโฮเวอร์นั้นออกจากจะยังใช้ลอยตัวได้โดยใช้ร่วมกับท่อขับดันที่ขาเหมือนเดิมแล้วยังสามารถใช้ป้องกันตัวได้ด้วย

rx-79gsw.jpg

RX-79[G]SW Slave Wraith

First appearance Mobile Suit Gundam Side Story: Missing Link
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 53 t
Armor luna titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1350 kW
Armaments

  • beam saber
  • vulcan gun
  • multi-launcher
  • 100 mm machine gun
  • 90 machine gun
  • 380 mm hyper bazooka
  • beam rifle
  • shield
เว้นแต่จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หน้าเพจนี้ได้รับอนุญาตภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License