ยานชั้นซาลามิส
salamis.jpg

Salamis class

First appearance Mobile Suit Gundam
Designer Kunio Okawara
Overall length 288 m
Armaments

  • 2-barrel machine gun
  • 6-tube missile launcher
  • large missile launcher
  • mega particle cannon

ยานรบของสหพันธ์โลกซึ่งพัฒนาตามแผนการเสริมกำลังรบในปี 0070 โดยยานลาดตะเวนชั้นซาลามิสนั้นเป็นกำลังรบหลักซึ่งตั้งชื่อตามยานตรวจตราในอวกาศที่สหพันธ์โลกใช้งานตั้งแต่ต้นศักราช UC มีอาวุธหลักเป็นป้อมปืนใหญ่มหาอนุภาคหกป้อม ซึ่งตำแหน่งที่ติดปืนของซาลามิสทำให้สามารถยิงป้องกันตัวด้านหลังได้แม้จะไม่สามารถระดมยิงปืนทั้งหมดใส่เป้าหมายเดียวกันได้ ด้านข้างทั้งสองยังติดมิสไซล์ลันเชอร์หกลำกล้องไว้และมีมิสไซล์ลันเชอร์ขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหน้าตัวยานอีกสี่ลำกล้อง กับมีป้อมปืนกลสองลำกล้องเป็นปืนต่อต้านอากาศยาน ส่วนยานประจัญบานชั้นแม็กเจลแลนนั้นเป็นยานธงและมีอาวุธหลักเป็นป้อมปืนใหญ่มหาอนุภาคแบบสองลำกล้องรวมเจ็ดป้อมและมีระบบเรดาร์ที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ทั้งแม็กเจลแลนและซาลามิสนั้นก็เป็นยานที่ออกแบบเพื่อใช้ต่อสู้กับยานรบด้วยกันจากระยะไกล แม้ว่าจะทราบเรื่องการพัฒนา MSของซีอ้อนแล้วสหพันธ์ก็ประเมินว่าจะสามารถยิงทำลาย MSได้ก่อนจะถูกเข้าประชิดตัว จนกระทั่งเมื่อทำสงครามกับกองทัพซีอ้อนจริงๆนั้นจึงได้พบว่าการรบกวนระบบอิเล็กทรอนิกส์ของอนุภาคมินอฟสกีนั้นทำให้ MSสามารถเข้าโจมตีในระยะประชิดซึ่งปืนต่อต้านอากาศยานนั้นไม่สามารถป้องกันตัวได้ดีพอ

แม้ว่ากองยานสหพันธ์โลกจะเสียหายอย่างหนักในยุทธการบริติชและยุทธการลูม กองทัพสหพันธ์โลกก็อาศัยว่ามีทรัพยากรมากและสร้างซาลามิสเพิ่มออกมามากมายตามแผนการวินสัน ถึงจะเป็นยานอวกาศแต่ซาลามิสส่วนใหญ่นั้นสร้างบนโลกที่จาบุโรและใช้วิธีติดบูสเตอร์ส่งออกมายังอวกาศ ซาลามิสและแม็กเจลเลนที่สร้างตามตามแผนการวินสันนี้ยังได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานร่วมกับ MS ได้โดยติดโรงเก็บ MS แบบง่ายๆไว้ใต้ลำยานและให้สามารถจอดและล็อก MSไว้บนดาดฟ้ายานได้แม้ว่าจะทำการซ่อมบำรุงได้ยากและในกรณีของซาลามิสก็ต้องถอดป้อมปืนบนดาดฟ้าออกด้วย ในช่วงสงครามหนึ่งปีนี้ยานชั้นซาลามิสยังมีชั้นย่อยคือชั้นฟุจิ ซึ่งเป็นยานขนส่งที่ดัดแปลงตามแบบซาลามิส กับชั้นเนลสัน ซึ่งเป็นยานรุ่นทดลองติดตั้งคอนเทนเนอร์กับคาทาพัลท์ปล่อยตัว MSไว้สองข้างตัวยาน

หลังสงครามหนึ่งปี สหพันธ์โลกก็ได้ออกแบบซาลามิสเสียใหม่โดยใช้ตัวยานที่เล็กกว่าเดิมแต่เพิ่มจรวดท่อขับดันด้านท้ายยานเป็นสี่เครื่อง ปรับมิสไซล์ลันเชอร์ด้านข้างเป็นแบบสิบห้าลำกล้องและเสริมปืนใหญ่มหาอนุภาคแบบสองลำกล้องไว้สองข้างและใต้ลำยาน ที่ดาดฟ้ามีช่องยิงมิสไซล์แบบแนวดิ่ง ทั้งยังเพิ่มปืนใหญ่อนุภาคแบบลำกล้องเดี่ยวกับติดตั้งปืนเลเซอร์ต่อต้านอากาศยานไว้ให้ยิงป้องกันตัวได้ดีขึ้น ส่วนแม็กเจลแลนนั้นก็ได้ปรับปรุงปืนต่อต้านอากาศยานเป็นเลเซอร์ด้วยเช่นกัน แต่ยานรุ่นปรับปรุงทั้งสองนี้ก็ยังไม่สามารถบรรทุก MSได้ จนกระทั่งเมื่อถึงช่วงศึกกรีปส์ ซาลามิสก็ได้รับการออกแบบใหม่อีกครั้ง โดยติดโรงเก็บ MS ไว้ด้านหน้าและมีคาทาพัลท์ปล่อยตัว MSที่ดาดฟ้ายานโดยเอามิสไซล์ลันเชอร์ด้านข้างออกไปกับปืนอนุภาคบนดาดฟ้าแต่ได้ติดปืนอนุภาคสองป้อมไว้ที่หัวยานทั้งสองด้าน ด้านข้างสะพานเดินเรือเป็นปืนใหญ่อนุภาคสองลำกล้องเหมือนรุ่นปรับปรุงก่อนหน้า จรวดท่อขับดันท้ายยานประกอบด้วยเครื่องยนต์หลักและเครื่องยนต์รองสองเครื่องซ้ายขวาและปรับปรุงระบบหล่อเย็น ยานชั้นซาลามิสรุ่นปรับปรุงนี้มีการใช้งานทั้งในกลุ่มเอวโกและสหพันธ์โลก และก็ประจำการในกองทัพสหพันธ์ต่อมาจนถึงสงครามซันสคารนั้นก็ยังมีการใช้งานซาลามิสรุ่นปรับปรุงที่ติดมินอฟสกีคราฟท์ให้บินบนโลกได้ ส่วนแม็กเจลแลนนั้นเนื่องจากมีหัวยานที่แบนแคบจึงปรับปรุงได้ยากกว่า เท่าที่ปรากฏนั้นมีการใช้งานยานชั้นแม็กเจลแลนรุ่นปรับปรุงที่มีโรงเก็บ MSและคาทาพัลท์ปล่อยตัวในช่วงการปราบปรามกลุ่มนิวดีไซส์เท่านั้น

salamis-thunder.jpg

Gundam Thunderbolt version

nelson.jpg

Nelson class

First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara

salamis-0083.jpg

Salamis Kai

First appearance Mobile Suit Gundam 0083 : Stardust Memory
Overall length 198 m
Full weight 12100 t
Armaments

  • 90 mm anti-aircraft turret
  • laser turret
  • 15-tube missile launcher
  • missile launcher
  • 2-barrel mega particle cannon
  • mega particle cannon
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License