กรุนกัสต์ซันชิกิ
srg-03.jpg

SRG-03 Grungust Type 3

First appearance 2nd Super Robot Wars α
Designer Kazutaka Miyatake
Overall height 60.2 m
Weight 390 t
Armor VG alloy
Powerplant plasma reactor
Special feature T-Link system, psychic field
Armaments

  • Type-3 Zankantou
  • Type-3 Shishiou Blade
  • drill booster
  • eye solid laser
  • omega blaster
  • APTGM launcher

Special attacks

  • Drill Boost Knuckle
  • Zankantou Ichimonjigiri
  • Zankantou Shippudoto
  • Sanshiki Shishioutou Saiha

กรุนกัสต์ซีรีส์รุ่นที่สามที่พัฒนาหลังสงคราม L5 กรุนกัสต์ซันชิกินั้นไม่สามารถแปลงร่างได้เหมือนรุ่นก่อนๆ แต่สามารถแยกร่างเป็นสองส่วนคือ ยาน Gแรปเตอร์ และ รถถัง Gไบซัน ได้ซึ่งต้องใช้นักบินสองคนแยกกันขับ อาวุธพื้นฐานของกรุนกัสต์ซันชิกินั้นยังคงเดิมคือสามารถยิงลำแสงอายโซลิดเลเซอร์จากตาได้ หมัดจรวดบูสต์นัคเคิลได้ และลำแสงโอเมกาบลาสเตอร์จากหน้าอก ด้านหลังของกรุนกัสต์ซันชิกิยังมีสว่านดริลบูสเตอร์ซึ่งสามารถเคลื่อนมาประกอบกับหมัดยิงออกไปเป็นดริลบูสต์นัคเคิลหรือใช้ในระยะประชิดก็ได้ สถานีวิจัยเทสลาไรห์นั้นได้สร้างกรุนกัสต์ซันชิกิทั้งหมดสามเครื่อง โดยเครื่องหมายเลขหนึ่ง SRG-03-1นั้นติดตั้งระบบ T-LINK และให้บรูคลิน ลัคฟิลด์ กับ คุสุฮะ มิซึฮะเป็นนักบิน ซึ่งเดิมนั้นเทสลาก็มีแผนเปลี่ยนเครื่องกำเนิดพลังงานของเครื่องหมายเลขหนึ่งนี้เป็นเครื่องยนต์โทรเนียม แต่ในการออกรบครั้งแรกก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักในการต่อสู้กับเพอซอนลิคไคท์ และได้รวมร่างกับโชคิจินเป็นริวโคโอไป

เครื่องหมายเลขสอง SRG-03-2 นั้นได้รับการดัดแปลงให้ใช้นักบินคนเดียวบังคับและแยกร่างไม่ได้ก่อนส่งมอบให้เซนเกอร์ ซันโบลต์ โดยมีอาวุธเสริมเป็นดาบผ่ายานรบ ซันชิกิซันคันโต ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของเซนเกอร์ ซันคันโตของกรุนกัสต์ซันชิกินั้นมีส่วนใบมีดเป็นโลหะเหลวที่แปลงสภาพได้ โดยในเวลาปกติจะเป็นดาบคาตานะและเมื่อได้รับพลังงานจากกรุนกัสต์ซันชิกิก็จะขยายขนาดเป็นดาบขนาดยักษ์เพื่อใช้กระบวนท่าไม้ตาย กรุนกัสต์ซันชิกิของเซนเกอร์นั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักในการต่อสู้กับกัลกาวที่สถานีวิจัยเทสลาไรห์ แต่ซันคันโตก็กลายเป็นอาวุธของไดเซนเกอร์แทน ส่วนเครื่องที่สามนั้นสร้างเสร็จหลังสงครามอินสเป็คเตอร์และให้คุสุฮะกับบริทใช้แทนริวโคโอที่เทสลาเก็บไว้ศึกษา เครื่องที่สามนี้ติดตั้งระบบ T-LINKเหมือนเครื่องแรกและติดตั้งดาบราชสีห์ซึ่งเป็นคาตานะขนาดใหญ่ที่อาจารย์ริชู โตโกสร้างให้บริท ในช่วงสงครามผนึกนั้นกรุนกัสต์ซันชิกิก็ได้รับการปรับปรุงโดยติดมิสไซล์นำวิถีต่อต้าน PTไว้ที่ขา

นอกจากนี้ยังมี เธรดเกลมิร ซึ่งเป็นกรุนกัสต์ซันชิกิของเซนเกอร์ในโลกคู่ขนานของชาโดว์มิเรอร์ซึ่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์เมกัสใช้นาโนมาชีนที่ดัดแปลงมาจากผลึกสฟิลูด มาชีนเซล แปลงสภาพให้เป็นหุ่นยนต์ประจำตัวของ W15 วอดัน อีมิร ซึ่งเป็นไซบอร์ก Wซีรีส์ของชาโดว์มิเรอร์ที่สร้างจากเซนเกอร์ในโลกคู่ขนาน โอเมกาบลาสเตอร์และอายโซลิดเลเซอร์นั้นไม่สามารถใช้งานได้อีก แต่เกราะประดับไหล่นั้นสามารถปลดออกมาแล้วแปลงสภาพเป็นซันคันโตได้ ส่วนยอดแหลมที่หน้าผากของเธรดเกลมิรยังสามารถประจุพลังงานเข้าไปแล้วโขกศัตรูเหมือนสว่านเรียกว่า ดริลอินเฟอร์โน ได้ เธรดเกลมิรยังคงมีค็อกพิตสำหรับนักบินสองคนแต่ใช้วอดันบังคับคนเดียวโดยค็อกพิตที่ว่างอยู่นั้นแปลงเป็นศูนย์ควบคุมระบบฟื้นสภาพของมาชีนเซล หลังการดวลกับไดเซนเกอร์ซึ่งเซนเกอร์โจมตีค็อกพิตทั้งสองพร้อมกันในดาบเดียวและหยุดการทำงานของมาชีนเซลได้ การต่อสู้ของทั้งสองรุนแรงจนพังเข้าไปในเอิร์ธเครเดิลและวอดันก็ยอมรับความพ่ายแพ้ ก่อนจะสละชีพใช้ไม้ตายสุดยอดของเธรดเกลมิรโดยส่งพลังงานเข้าไปในซันคันโตกลายเป็นดาบแสงขนาดยักษ์ฟาดสังหารศจ.อีเกรท เฟฮูไปพร้อมกับทำลายกองทัพเบลเกลมิร

thrudgelmir.jpg

Thrudgelmir

First appearance Super Robot Wars α
Designer Masayuki Fujiwara
Overall height 53.7 m
Weight 402.3 t
Armor VG alloy
Special feature machine cells
Armaments

  • Zankantou
  • drill booster
  • boost knuckle

Special attacks

  • Drill Boost Knuckle
  • Drill Inferno
  • Zankantou Denkousekka
  • Zankantou Ichimonjigiri
  • Zankantou Inazuma Juryoku Otoshi
  • Zankantou Kyukyoku Ougi Issen Hoshinagi no tachi
thrudgelmir-1.jpg

The Inspector version

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License