
Daiohja
First appearance Strongest Robo Daiohja
Designer Kunio Okawara
Overall height 25 m
Weight 240 t
Power output 12000000 hp
Armor material edoganium super alloy
Armaments
- Daiohja grappe
- Daiohja hammer chain
- Daiohja javelin
- Daiohja cutter
- rocket punch
- arm missile
- triple missile
- beam bow gun
- triangle beam
- Raimeken
- Daiohja shield
Special attack
- Denkou Raimei Kuzushi
หุ่นยนต์ที่เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด มิโตะ รัชทายาทของราชวงศ์โทคุกาแห่งดาวเอดอนผู้ปกครองระบบดาวอิปรอน ใช้ในช่วงที่เดินทางเยี่ยมเยือนดาวเคราะห์ทั้ง 51 ดวงที่อยู่ในการปกครองของเอดอน ซึ่งปกตินั้นรัชทายาทโทคุกาจะเดินทางเยี่ยมเยือนดาวเคราะห์เมื่ออายุได้ 16 ปี แต่ราชาโทคุกาที่ 15 นั้นได้ให้เจ้าชายมิโตะออกเดินทางก่อนกำหนดโดยปลอมตัวเป็นมีท เอ็ดมันด์ ทายาทของกิจการในเอดอน เจ้าชายมิโตะนั้นตอนแรกก็คิดแต่เพียงว่าถือโอกาสหลบหนีจากชีวิตที่เต็มไปด้วยระเบียบในวังเท่านั้น แต่เมื่อได้เห็นสภาพอันแท้จริงของระบบดาวอิปรอนที่เต็มไปด้วยขุนนางท้องถิ่นซึ่งข่มเหงรังแกประชาชนโดยทั่วไปก็ได้หันมาตั้งใจปราบปรามเหล่าขุนนางขี้ฉ้อด้วยตนเอง ในขณะที่ไม่ใช้งานนั้น ไดโอจาจะแยกเป็นหุ่นยนต์สามเครื่องในยาน POUR (Prince Of Univers Rocket) คือเอซเรดเดอร์ของเจ้าชายมิโตะเอง กับอาโอยเดอร์ของดยุค สเคด และโคบัลเดอร์ของบารอน เคิร์กส์ ซึ่งเป็นสองครูฝึกที่ติดตามเจ้าชายมิโตะในการเดินทาง ทั้งสามคนนั้นสามารถเรียกหุ่นยนต์ทั้งสามจากจากยานได้โดยประดาบเข้าด้วยกันแล้วเรียก "ครอสซอร์ด" ก่อนจะประกอบกันเป็นไดโอจา "ครอสไทรแองเกิล" เนื่องจากว่าหุ่นยนต์นั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์แทนชนชั้นปกครองในระบบดาวอิปรอนคล้ายกับดาบของซามูไร ที่หน้าอกของไดโอจาจึงมีสัญลักษณ์ตระกูลโทคุกาอยู่ด้วย
หมัดของไดโอจานั้นสามารถยิงออกไปเป็นหมัดจรวดได้และในข้อมือก็มีอาน์มมิสไซล์สี่นัดเก็บไว้ ส่วนที่เหมือนหัวเข็มขัดที่ท้องก็สามารถเปิดยิงทริปเปิลมิสไซล์สามนัดออกไปได้ ที่เข่าของไดโอจานั้นมีดาวกระจาย ไดโอจาคัตเตอร์ เก็บไว้ อาวุธมือถืออื่นๆของไดโอจานั้นก็คิอมีดง่าม ไดโอจากรัป ลูกตุ้มติดโซ่ ไดโอจาแฮมเมอร์เชน ธนูแสง บีมโบว์กัน และหอก ไดโอจาจาเวลิน ซึ่งประกอบจากอาวุธของหุ่นที่ประกอบเป็นไดโอจา คือ เอซเซเบอร์ สเปียแอ็กซ์ และแฮมเมอร์สติก เกราะอกของไดโอจายังสามารถถอดแยกออกมาถือเป็นโล่ ไดโอจาชิลด์ ได้ และก็ใช้เก็บดาบสายฟ้า ไรเมเค็น ไว้ด้วย ซึ่งไดโอจานั้นสามารถดึงไรเมเค็นออกมาโดยไม่ถอดเกราะอกก่อนก็ได้ ในสภาพที่แยกไดโอจาชิลด์ออกมานี้ สัญลักษณ์ที่หน้าอกของไดโอจาจะสามารถยิงลำแสง ไทรแองเกิลบีม หยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูไว้ได้ด้วย ท่าไม้ตายของไดโอจาก็คือ เดนโคไรเมคุซุชิ ซึ่งปล่อยพลังงานสายฟ้าสามล้านโวลต์ออกไปแล้วใช้ไรเมเค็นรับไว้ก่อนวาดดาบเป็นวงแล้วกระโดดฟันทำลายศัตรูในดาบเดียว

Ace Redder
First appearance Strongest Robo Daiohja
Designer Kunio Okawara
Overall height 27.8 m
Weight 80 t
Power output 3900000 hp
Armor material edoganium super alloy
Armaments
- ace saber

Helmetal
First appearance Mado King Granzort
Designer Kunio Okawara
Armaments
- bright saber
- 'Viblaster' beam cannon
หุ่นรบรุ่นผลิตจำนวนมากวึ่งเป็นกำลังหลักของจักรวรรดิจาโด ที่หน้าอกเป็นเมทัลสโตนซึ่งเป็นหินเวทมนตร์สังเคราะห์สำหรับใช้ควบคุมพลังเวทมนตร์ เฮลเมทัลนั้นไม่ได้ใช้การเรียกออกมาจากวงเวทและใช้เฟสโหมดแบบหมวกทหารเหมือนร่างพาหนะเวลาเดินทาง ที่เกราะไหล่ติดบีมแคน่อน ไวบลาสเตอร์ ไว้ข้างละสองกระบอก พร้อมกับมีดาบพลังงาน ไบรท์เซเบอร์ เป็นอาวุธระยะประชิดตัว พลังในการต่อสู้พื้นฐานของเฮลเมทัลนั้นอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วโดยลอยตัวเหนือพื้นแบบโฮเวอร์ หนึ่งในสามอัศวินจาโด ชาแมน นั้นยังเคยใช้ เฮลเมทัลรุ่นจ่าฝูง ซึ่งทาสีฟ้าและมีเขาที่หัว เมทัลสโตนของเครื่องจ่าฝูงนี้มีประสิทธิภาพในการควบคุมพลังเวทมนตร์ที่เทียบได้กับจาโดชิน และชาแมนก็เกือบเอาชนะกรานโซทในขณะที่ไดจิยังควบคุมได้ไม่ชำนาญมาแล้ว เฮลเมทัลเครื่องพิเศษอีกเครื่องก็คือ มุฉะเมทัล ซึ่งมีลักษณะแบบซามูไรของนักรบดำ ทหารรับจ้างลึกลับที่ทำงานให้ชนเผ่าจาโดในการโขมตีลาบิลูนา มุฉะเมทัลนั้นไม่มีปืนติดบ่าอีกและใช้ดาบกับเวทมนตร์ในการต่อสู้เท่านั้น

Helmetal Commander Type

Musya Metal

Swordfish II
First appearance Cowboy Bebop
Designer Kimitoshi Yamane
Overall length 13.8 m
Weight 84 t
Armaments
- 12.7 mm machine gun
- plasma cannon
ยานแบบโมโนมาชีน (MONO = Machine Operation Navigation of Outer space) ซึ่งเป็นยานที่ใช้ระบบค็อกพิตแบบโมโนพ็อดที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดของยานและเป็นมาตรฐานของพาหนะที่ใช้งานในอวกาศได้ในระบบสุริยะในปี 2071 แม้จะเป็นระบบที่ออกแบบสำหรับเดินทางในอวกาศแต่โมโนมาชีนก็สามารถใช้งานในชั้นบรรยากาศได้ ค็อกพิตแบบโมโนพ็อดนั้นเป็นครอบแก้วแบบใสแต่เมื่อเดินระบบแล้วก็จะทึบเพื่อป้องกันแสงคอสมิก เนื่องจากค็อกพิตแบบโมโนพ็อดนั้นเป็นแบบโมดูลที่ถอดได้จึงเป็นแคปซูลหนีภัยเวลาเครื่องตกไปในตัว ซอร์ดฟิชทูว์นั้นเป็นโมโนมาชีนแบบเครื่องบินขับไล่ของสไปค์ สปีเกล นักล่าค่าหัว (คาวบอย) ของยานบีบ็อป ชื่อซอร์ดฟิชทูว์นั้นมาจากที่เดิมเป็นยานแข่งชื่อซอร์ดฟิช เครื่องยนต์ของซอร์ดฟิชทูว์นั้นผ่านการปรับแต่งให้มีอัตราเร่งและความเร็วสูงสุดที่สูงมาก ส่วนปีกนั้นสามารถพับขึ้นไม่ให้เกะกะเวลาจอดได้ มีอาวุธหลักเป็นพลาสมาแคนน่อนที่อยู่ใต้ตัวเครื่องซึ่งแม้ว่าจะต้องใช้เวลาชาร์จพลังงานก่อนยิงแต่ละนัดก็มีอานุภาพเทียบได้กับระเบิด TNT 1 ตันและมีระยะหวังผลในอวกาศถึง 1000 กิโลเมตร เสริมด้วยปืนกล 12.7 มม.ที่ปลายปีกทั้งสองข้างรวมสี่กระบอก ซอร์ดฟิชทูว์ยังสามารถติดมิสไซล์ไว้กับปีกได้ แต่เนื่องจากสไปค์ใช้งานแบบสมบุกสมบั่นมากทำให้ต้องเสียเงินซ่อมซอร์ดฟิชอยู่บ่อยๆจึงไม่ค่อยจะมีเงินซื้อมิสไซล์มาใช้

GTB77-A Gunblaze A
First appearance Sunrise Eiyuuden
Designer Kunio Okawara
Armaments
- slash pile
- assault rifle
- missile
หุ่นยนต์ GT ของดาวเคราะห์คลาวเดียซึ่งมีสภาพแวดล้อมคล้ายกับโลกแต่มีชั้นบรรยากาศที่เรียกว่าคลาวด์สตรีมซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานคลาวเดียม ทำให้ชาวดาวคลาวเดียไม่สามารถพัฒนาอากาศยานที่มีเพดานบินระดับสูงได้ กันเบลซนั้นเป็น GT ที่กลุ่มพันธมิตรคลาวด์พัฒนาเพื่อใช้ตอบโต้ GT ของสหพันธ์เดออนหลังจากที่มหาสงครามคลาวเดียครั้งที่สองซึ่งเดออนได้เริ่มใช้ GT ที่มีทั้งแบบคนบังคับและควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติเป็นกำลังหลักและสามารถขับไล่พันธมิตรคลาวด์ซึ่งยังใช้หุ่นยนต์รุ่นเก่าที่เรียกว่า MW (มัลติวอล์คเกอร์) ไปจากทวีปของเดออนได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น กันเบลซนั้นได้รับการออกแบบให้ปฏิบัติการโดยเครื่องนักบินบังคับจะทำหน้าที่ผู้บัญชาการของหน่วยเครื่องไร้คนบังคับผ่านระบบ RINX และที่เท้าติดล้อให้แล่นไปตามพื้นได้ กลไกการเคลื่อนไหวของกันเบลซเป็นกล้ามเนื้อเทียมที่ยืดหรือหดตัวตามการจ่ายไฟฟ้าจึงคล่องตัวมาก กันเบลซยังสามารถปรับแต่งรูปแบบได้มากมายซึ่งการพัฒนารูปแบบของกันเบลซนั้นเป็นไปตามลำดับตัวอักษรอังกฤษ โดยรูปแบบที่นับเป็นแบบมาตรฐานและป็นกำลังหลักของกลุ่มพันธมิตรนั้นก็คือแบบ A (Assault) ซึ่งใช้แบ็คแพ็คแบติดล้อสายพานเพิ่มให้เอนตัวลงนอนเพื่อแล่นด้วยความเร็วสูงได้ มีอาวุธหลักเป็นปืนไรเฟิลจุ่โจมซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของกันเบลซนั้นทำให้มีความแม่นยำสูงมาก ที่แขนซ้ายติดลิ่ม สแลชไพล์ สำหรับใช้แทงเป้าหมายในระยะประชิด ที่บ่าของกันเบลซยังมีช่องที่สามารถใช้เก็บมิสไซล์ได้ ส่วนกันเบลซที่พัฒนาต่อมาเป็นแบบ B (Back-up) นั้นได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่ยิงสนับสนุนกันเบลซ A จากระยะกลาง โดยติดปืนสองลำกล้องไว้ที่แขนทั้งสองข้างและมีปืนใหญ่แฝดติดไว้กับแบ็คแพ็ค กันเบลซ B นั้นไ้รับการออกแบบให้นั่งคุถเข่าในท่าเตรียมยิงโดยส่วนขาจะกางออกมายึดกับพื้นให้มั่นคงคล้ายกับป้อมปืน
กันเบลซรุ่นสุดท้ายนั้นก็คือ GBT77-Z กันเบลซ แบบ Z (Zephyr) ซึ่งเป็นต้นแบบของ FT (ฟลายอิงทรูเปอร์) ที่สามารถบินในชั้นบรรยากาศคลาวด์สตรีมได้ด้วยระบบคลาวด์ซิสเต็มซึ่งเป็นทั้งสนามพลังป้องกันความเสียหายและดึงเอาพลังงานคลาวเดียมมาใช้เป็นพลังงานในเวลาเดียวกัน

GTB77-B Gunblaze B
Armaments
- double cannon
- assault rifle
- artillery cannon

Shooting form