ยูเนียนแฟลก

SVMS-01 Union Flag

First appearance Mobile Suit Gundam 00
Designer Hitoshi Fukuchi
Overall height 17.9 m
Weight 67.1 t
Armor E-carbon
Armaments

  • sonic blade
  • 20 mm machine gun
  • 120 mm linear rifle
  • missile
  • defense rod

MSของยูเนียนที่พัฒนาโดยบริษัทไอริสและในตอนที่เซอเลสเทียลบีอิงประกาศเปิดตัวต่อสาธารณะชนนั้นก็กำลังเตรียมเข้าประจำการเป็นกำลังหลักแทนยูเนียนเรียลโด สมรรถนะของยูเนียนแฟลกสูงกว่าเรียลโดโดยใช้ระบบเชื้อเพลิงที่เก็บไฮโดรเจนไว้ในตัวแบบผสานโมเลกุลเข้ากับโครงสร้างคาร์บอนเฟรมจึงไม่ต้องมีถังหรือท่อส่งเชื้อเพลิงทำให้เพรียวบางกว่าเรียลโดและสามารถชาร์จพลังงานระยะไกลจากลิฟท์อวกาศของยูเนียนได้ ในขณะที่เรียลโดนั้นปรับโหมดโดยการเลือกถอดประกอบชิ้นส่วนจกาภาคพื้นดิน ยูเนียนแฟลกนั้นสามารถแปลงร่างระหว่างปฏิบัติการได้ แต่การเคลื่อนไหวในขณะที่แปลงร่างนั้นจะทำให้เครื่องเสียการควบคุมได้ นักบินที่จะแปลงร่างระหว่างการต่อสู้จึงต้องมีฝีมืออย่างมาก ซึ่งการแปลงร่างกลางอากาศนี้เรียกว่า เกรแฮมสเปเชียล ตามเกรแฮม เอเคอร์ ซึ่งได้แปลงร่างระหว่างการบินทดสอบของ YMS-01A แฟลกรุ่นต้นแบบ อาวุธหลักของแฟลกนั้นเป็นลิเนียร์ไรเฟิล 120 มม. ซึ่งในร่างยานนั้นจะติดไว้ด้านหน้าเหมือนหัวยานเพื่อใช้สนามแม่เหล็กของลิเนียร์ไรเฟิลสร้างสนามพลังด้านหน้าลดการต้านลม มีดคลื่นความถี่สูงซึ่งเป็นแบบมีดพับและสามารถปล่อยพลังงานออกมาจากใบมีดเป็นพลาสม่าซอร์ดได้ 3 นาที ที่แกนค็อกพิตมีปืนกล 20 มม.ติดเอาไว้ และสามารถเก็บมิสไซล์ไว้ในขาได้โดยสามารถติดเพิ่มไว้ที่ขาและปีกได้ตามการใช้งาน ยูเนียนแฟลกนั้นใช้ดีเฟนซ์ร็อดในการป้องกันตัวเหมือน MSแบบบินได้รุ่นอื่นๆโดยสามารถสร้างสนามพลังพลาสม่าเพื่อป้องกันบีมได้ ดิสเพลย์เซนเซอร์ที่หน้านั้นสามารถฉายแสงเหมือนตาออกมาเพื่อใช้นการสื่อสารหรือขู่ศัตรูได้ ยูเนียนแฟลกที่ผลิตในช่วงแรกนั้นเป็น MSของทีม MSWAD ก่อนที่ศจ.เลฟ เอฟแมนจะออกแบบแฟลกคัสตอมและผลิตเพิ่มเป็นโอเวอร์แฟลก แม้ว่าต่อมาจะเริ่มทำการผลิตยูเนียนแฟลกมากขึ้นแล้ว แต่ในตอนที่ยูเนียนยุบขั้วอำนาจและเข้าร่วมกับสหประชาชาติซึ่งกลายเป็นสหพันธ์โลกในเวลาต่อมานั้นก็ยังไม่ได้เข้าประจำการอย่างเต็มรูปแบบเลย ในกองกำลังคาทารอนที่ต่อต้าน Aลอว์จึงมียูเนียนแฟลกอยู่ไม่กี่เครื่องเท่านั้น

เมื่อจะใช้งานในอวกาศจะเปลี่ยนไฟลท์ยูนิตของแฟลกเป็นจรวดท่อขับดัน เรียกว่า SVMS-01OP ยูเนียนแฟลกออร์บิทแพ็คเกจ หรือ ออร์บิทแฟลก ออร์บิทแฟลกมีรุ่นย่อยคือ SVMS-01AW ยูเนียนแฟลกออร์บิทแพ็คเก็จ แอสโตรเวิร์ค และ SVMS-01AP ยูเนียนแฟลกออร์บิทแพ็คเก็จ โคโลนีการ์ด ซึ่งทั้งคู่นั้นเน้นการใช้งานในร่างยานโดยติดบูสเตอร์ขนาดใหญ่ไว้และส่วนขาจะสามารถพับมาด้านหน้าเพื่อกางเท้าเป็นคีมจับในร่างยานได้ ใช้ลิเนียร์ไรเฟิล 200 มม. ครอสไฟเยอร์ ซึ่งปรับปรุงมาจากรุ่นต้นแบบที่แฟลกคัสตอมใช้ รุ่นแอสโตรเวิร์คนั้นจะใช้แขนที่ออกแบบสำหรับทำงานและมีมือเป็นคีมจับ ส่วนรุ่นโคโลนีการ์ดจะใช้มือแบบธรรมดาและสามารถติดอาวุธเสริมเป็นลิเนียร์แคนน่อนแบบสั้นที่ไหล่หรือร็อคเก็ตลันเชอร์ที่ขาได้ ซึ่งหลังการต่อสู้กับกลุ่มอินโนเวเตอร์ เซอเลสเทียลบีอิงก็ได้ดัดแปลงออร์บิทแฟลกรุ่นโคโลนีการ์ดซึ่งเซ็ตสึนะเคยใช้ปฏิบัติการ เรียกว่า CBNGN-003 โดยติด GNซอร์ดทูว์รุ่นปรับปรุงที่ดัดแปลงมาจากของดับเบิลโอกันดั้มโดยมี GNคอนเดนเซอร์ในตัวไว้แทนลิเนียร์ไรเฟิล นอกจากนี้ยังมี SVMS-01SG ยูเนียนแฟลกกราวด์แพ็คเกจ หรือเชลแฟลก สำหรับใช้งานภาคพื้นดินโดยเฉพาะ เชลแฟลกไม่มีไฟลท์ยูนิตและไม่สามารถแปลงร่างได้ แต่มีเกราะป้องกันที่หนาขึ้นจนสามารถทน GNซอร์ดของกันดั้มเอ็กเซียได้และใช้สีนาโนมาชีนซึ่งสามารถเปลี่ยนให้เข้ากับสมรภูมิได้ด้วย เชลแฟลกยังติดตั้งอาวุธหนักอย่างอาวุธหนักอย่างลิเนียร์แคนน่อน 200 มม.หรือร็อคเก็ตลันเชอร์ไว้และใช้ลิเนียร์มาชีนกันที่ติดเกรเน็ดลันเชอร์ได้เป็นอาวุธมือถือ รวมถึงใช้ดีเฟนซ์ร็อดที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ แฟลกอีกรุ่นก็คือ SVMS-01AS แอโรแฟลก ซึ่งออกแบบมาสำหรับใช้ลาดตะเวนภาคอากาศ แฟลกรุ่นนี้จะไม่มีปืนลิเนียร์ไรเฟิล แต่ติดแอโรโคลว์แทนเพื่อให้บินกลางอากาศเป็นเวลานานและดีกว่ารุ่นปกติรวมถึงเพิ่มขอบเขตของเซนเซอร์ แอโรแฟลกนี้ไม่มีมือจึงไม่ได้ติดมีดโซนิคเบลดไว้แต่เป็นลิเนียร์กันเล็ท 60 มม.แทนมือสองข้าง

svms-01op.jpg

SVMS-01OP Union Flag Orbit Package

First appearance Mobile Suit Gundam 00

svms-01ap-cruise.jpg

SVMS-01AP Union Flag Orbit Package Colony Guard Type

First appearance Mobile Suit Gundam 00V
Designer Hitoshi Fukuchi
Overall height 19.9 m
Weight 77.2 t
Armor E-carbon
Armaments

  • sonic blade
  • linear spear
  • 60 mm integrated linear cannon
  • 120 mm short linear cannon
  • 'Crossfire' 200 mm linear rifle
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License