
PMX-002 Bolinoak Sammahn
First appearance Mobile Suit Z Gundam
Head height 19.9 m
Base weight 31.6 t Full weight 56.2 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1720 kW
Armaments
- 3-tube explosive launcher
- claw shield (beam saber/beam tomahawk/beam gun)
MSที่แปปติมัส ซีร็อคโคออกแบบและให้เป็นเครื่องประจำตัวของซาราห์ ซาเบียรอฟ โบลินอคซามานนั้นมีลักษณะของ MSแบบสอดแนมทำหน้าที่สนับสนุนเพื่อนร่วมทีมแทนการปฏิบัติการเดี่ยว ส่วนหัวมีจานเรดาร์ซึ่งติดตั้งระบบเซนเซอร์ที่ซับซ้อนไว้และที่แขนซ้ายก็ติดเลเซอร์เซนเซอร์ไว้ จึงสามารถสนับสนุนพาลาสอเธเนที่ติดตั้งอาวุธยิงอานุภาพสูงได้ดีและใช้เก็บข้อมูลให้ซีร็อคโคใช้วิเคราะห์วางแผนกลยุทธ โบลินอคซามานนั้นมีกำลังขับเคลื่อนสูงเผื่อไว้สำหรับการออกสอดแนมด้วยตนเองแต่เนื่องจากออกแบบโดยเน้นด้านการทำงานเป็นทีมจึงติดตั้งอาวุธแบบต่อสู้ระยะใกล้เป็นหลัก โดยที่ไหล่ทั้งสองข้างมีเครื่องยิงระเบิดแบบสามลำกล้องและที่แขนขวาก็มีโล่ติดคีมขนาดใหญ่ซึ่งก็ใช้เก็บบีมเซเบอร์ที่สามารถดึงออกมาใช้ได้โดยด้านหนึ่งเป็นดาบและอีกด้านเป็นขวานบีม ขณะที่ยังติดอยู่กับโล่ยังสามารถใช้ยิงเป็นบีมกันได้
NRX-055 Baund Doc
First appearance Mobile Suit Z Gundam
Designer Makoto Kobayashi
Overall height 27.3 m
Base weight 82.7 t Full weight 129.4 t
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 2260 kW
Armaments
- claws
- beam saber
- beam rifle
- scattering mega particle gun
MAแบบแปลงร่างได้ซึ่งเดิมทีนั้นทิทานส์ตั้งใจให้มนุษย์ดัดแปลงใช้งานเป็นหน่วยสนับสนุนของไซโคกันดั้มมาร์คทูว์โดยเฉพาะ สถาบันโอ็คแลนด์นั้นพัฒนาบาวน์ด็อคโดยผสมลักษณะของกรับโบลกับซีอองก์เข้าด้วยกันและได้รับความช่วยเหลือด้านระบบไซคอมมิวจากสถาบันมุราซาเมะและออกัสตา แต่ในเวลาต่อมานั้นก็ได้เปลี่ยนแผนเป็นใช้ระบบบังคับที่นักบินทั่วไปก็ใช้งานได้ด้วยเช่นกัน บาวน์ด็อคนั้นมีร่าง MAที่มีพลังป้องกันกับความเร็วในระดับสูงและมีอาวุธหลักเป็นปืนอนุภาคแบบสาดกระจายที่ติดอยู่ข้างหัว กับกรงเล็บสองข้าง เมื่อแปลงร่างเป็น MSนั้นบาวน์ด็อคจะมีรูปร่างแบบไม่สมมาตร ส่วนหัวจะกลายเป็นแขนซ้ายและมีมือขวาแบบกรงเล็บซึ่งสามารถใช้งานบีมเซเบอร์กับบีมไรเฟิลได้ และกรงเล็บของร่าง MAจะกลายเป็นขา บาวน์ด็อคมีทั้งหมดสามเครื่อง โดยเครื่องแรกของเกทส์ แคปปานั้นเป็นเครื่องทดสอบและทาสีเทา ส่วนอีกสองเครื่องเป็นของโรซาเมีย บาดัมและเจริด เมสซา ซึ่งใช้โทนสีแดงน้ำเงิน นอกจากนั้นยังมีเครื่องสีเหลืองน้ำเงินซึ่งเป็นสีที่ไม่ได้ใช้ในเรื่องของเจริด

Dagui
First appearance Mobile Suit Gundam Ecole du Ciel
Overall length 85.3
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Special feature I-Field barrier
Armaments
- hand claw
- scatter mega particle cannon
- beam cannon
- bit
MAสำหรับนิวไปท์ซึ่งเดิมที่นั้นบริษัทลูโอได้ออกแบบไว้โดยตั้งใจจะให้เอวโกใช้เป็น MAประจำตัวของอาสึนะ เอลมารีท ดากุยนั้นมีโครงสร้างที่ไม่สมมาตรคือมีแขนกลติดคีมกับปืนแนุภาคแบบสาดกระจายอยู่ที่ด้านซ้ายเท่านั้น ด้านบนตัวเครื่องมีบีมแคนน่อนสี่กระบอกและในตัวก็มีอาวุธบังคับระยะไกล บิท เก็บไว้ ดากุยยังมีเครื่องกำเนิดสนามพลัง Iฟิลด์ไว้ป้องกันตัวจากอาวูธบีม แต่ระหว่างที่เตรียมส่งมอบดากุยให้เอวโกนั้นดากุยก็ถูกทิทานส์ใช้กำลังยึดไปเสียก่อนและเอลิเซีย นอคตันซึ่งเป็นคู่ปรับของอาสึนะก็ได้เอาไปใช้เป็น MAประจำตัวแทน
RX-136-1 Rakshasa
First appearance Advance of Zeta: The Traitor to Destiny
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Special feature I-Field barrier
Armaments
- beam saber
- heat blade
- large claw
- mega particle cannon
- scatter mega particle cannon
- 18-missile launcher
MAความเร็วสูงรุ่นทดลองของทิทานส์ซึ่งพัฒนาโดยใช้แนวคิดจากบิโกรของซีอ้อน นอกจากความเร็วที่สูงกว่า MSทั้งหมดในยุคนั้นแล้ว รากษสยังได้รับการออกแบบให้สามารถปรับแต่งได้ง่ายจึงสามารถดัดแปลงได้มากมายและซ่อมบำรุงได้ง่ายด้วย แต่รากษสนั้นเป็น MAที่มีขนาดใหญ่พอสมควรซึ่งออกแบบให้เก็บในโรงเก็บของยานรบขนาดใหญ่อย่างยานชั้นโดกอสเกียร์และอเล็กซานดรียได้ ถ้าประจำการบนยานรบขนาดเล็กกว่านั้นอย่างยานชั้นซาลามิสจะต้องล็อกไว้นอกตัวยาน ค็อกพิตของรากษสยังสามารถแยกออกไปเป็นยานหนีภัยได้
อาวุธมาตรฐานของรากษสก็คือมิสไซล์ลันเชอร์ 18 ลำกล้องกับปืนอนุภาค เมื่อเข้าต่อสู้ในระยะประชิด ส่วนขาที่เก็บไว้ในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงก็จะพับลงมาและกางเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ ซึ่งตรงกลางของกรงเล็บนี้จะมีดาบความร้อนซ่อนไว้สำหรับใช้แทงศัตรูที่ถูกจับได้ ส่วนปีกของรากษสนั้นก็จะพับเข้าเป็นแขนกลซึ่งมีบีมเซเบอร์ติดไว้เพื่อเข้าต่อสู้ในระยะประชิดได้เช่นกัน ในการต่อสู้ที่ทวารแห่งซีดานนั้นจึงได้เพิ่มปืนอนุภาคเป็นสองกระบอก เปลี่ยนมิสไซล์เป็นปืนอนุภาคแบบสาดกระจาย และติดเครื่องกำเนิดสนามพลัง Iฟิลด์
ORX-007 Hati
First appearance Advance of Zeta: The Traitor to Destiny
Armor gundarium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Special feature I-Field barrier
Armaments
- missile silo
- wire-guided bit
MAที่สถาบันโอ็คแลนด์ก็ได้พัฒนาให้มนุษย์ดัดแปลงใช้งาน ฮาติมีลักษณะที่คล้ายกับบราวโบรแต่จริงๆแล้วดัดแปลงรูปแบบมาจากยานรุ่นเก่าตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามหนึ่งปีและสามารถแปลงร่างได้ระหว่างโหมดขับเคลื่อนกับโหมดต่อสู้ซึ่งคล้ายกับม้าน้ำ ที่ปลายปีกของฮาติเป็นบิตแบบโยงสายเคเบิลเหมือนบราวโบรซึ่งปืนหลักของบิตนี้มีอานุภาพเทียบได้กับไฮเปอร์เมกาลันเชอร์และยังติดปืนเสริมที่ยิงได้ต่อเนื่องกว่าไว้อีกสองกระบอก ส่วนด้านล่างของฮาตินั้นเป็นช่องเก็บมิสไซล์ ฮาติยังมีสนามพลัง Iฟิลด์ไว้ป้องกันตัวและสามารถใช้ระบบไซคอมมิวบังคับกันดั้มสคอลซึ่งเป็นยูนิตคุ้มกันได้จากระยะห่าง
QRX-006 Geminus
First appearance Gundam Evolve
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments
- mega particle cannon
- mega beam gun
- scatter mega particle cannon
- 'Hasta' psycommu mobile suit (mega particle cannon)
ไซโคชิป MAขนาดใหญ่มากของทิทานส์ซึ่งใช้ระบบควบคุมแบบไซคอมมิวที่ใกล้เคียงกับยานรบและต้องใช้ลูกเรือเป็นนิวไทป์หรือมนุษย์ดัดแปลงจำนวนมาก อาวุธของเกมินุสประกอบด้วยเมกาบีมแคนน่อนและปืนใหญ่มหาอนุภาคจำนวนมาก โดยด้านล่างของเกมินุสนั้นมีปืนใหญ่มหาอนุภาคซึ่งสามารถpb'ทำลายเป้าหมายบนพื้นโลกได้จากนอกอวกาศ เกมินุสยังมีไซคอมมิว MS "หัสถะ" อีกแปดเครื่อง ซึ่งเป็น MSไร้คนบังคับที่ควบคุมด้วยระบบไซคอมมิวของเกมินุสและติดปืนอนุภาคไว้เป็นอาวุธ แขนสองข้างของเกมินุสยังสามารถแยกออกมายิงโจมตีศัตรูได้










