โมเบียส

TS-MA2 Moebius

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kimitoshi Yamane
Armaments

  • 40 mm vulcan gun
  • linear gun
  • missile
  • gatling gun
  • nuclear missile
  • experimental long range beam cannon

MAซึ่งเป็นกำลังหลักภาคอวกาศของกลุ่มพันธมิตรโลกก่อนจะพัฒนา MSของตนเอง โมเบียสนั้นพัฒนามาจาก TS-MA2mod.00 โมเบียสซีโร่ ซึ่งติดอาวุธไว้เป็นปืนลิเนียร์กันที่มีอานุภาพรุนแรงกับอาวุธบังคับระยะไกลผ่านสายเคเบิลที่เรียกว่ากันบาเรล โมเบียสซีโร่นั้นมีกันบาเรลติดอยู่สี่อันซึ่งนักบินสามารถบังคับให้แยกออกไปจากตัวและยิงโจมตีศัตรูจากตำแหน่งทิศทางต่างๆกันด้วยปืนกลที่ติดตั้งไว้ได้ แม้ว่าปืนกลของกันบาเรลจะไม่มีพลังทำลายมากนักแต่ก็สามารถใช้สกัดการเคลื่อนไหวของศัตรูเพื่อเปิดโอกาสให้ทำลายด้วยลิเนียร์กันได้ ในขณะที่ติดอยู่กับตัวเครื่องของโมเบียสซีโร่นั้นกันบาเรลยังเป็นบูสเตอร์เสริมให้โมเบียสซีโร่ทำให้มีความเร็วสูงมาก โมเบียสซีโร่จะใช้เวอร์เนียปรับทิศทางและมีสมอติดจรวดซึ่งใช้ยิงยึดกับวัตถุขนาดใหญ่เพื่อช่วยตีวงเลี้ยวขณะที่ใช้ความเร็ว โมเบียสซีโร่นั้นเป็น MAที่มีพลังในการต่อสู้เทียบได้กับ MSของ ZAFT แต่นักบินที่จะใช้งานกันบาเรลในการต่อสู้ได้นั้นจะต้องมีความสามารถพิเศษในการรับรู้สภาพรอบตัวซึ่งในกองทัพพันธมิตรนั้นมีไม่กี่คนเท่านั้น และในการต่อสู้ที่แนวรบกริมัลดิซึ่งโมเบียสซีโร่จำนวน 15 เครื่องได้ต่อสู้ป้องกันแอ่งเอนดีเมียนนั้นก็มีเพียงเครื่องของมูว์ ลา ฟลากาที่รอดจากการต่อสู้มาได้ ซึ่งมูว์ได้ฉายา เหยี่ยวแห่งเอนดีเมียน จากที่ยิงจินน์ตกไปห้าเครื่องในการต่อสู้ครั้งนี้

เมื่อทำการผลิตจำนวนมากเป็นโมเบียสเพื่อใช้เป็นกำลังหลัก กลุ่มพันธมิตรโลกก็ได้ตั้งใจให้ใช้งานเหมือนเครื่องบินรบ โมเบียสนั้นได้เปลี่ยนให้ท่อขับดันหลักติดกับส่วนที่สามารถปรับตำแหน่งได้เหมือนขาสองข้างจึงไม่มีเวอร์เนียสำหรับปรับทิศทางอีกและความคล่องตัวก็ต่ำกว่าโมเบียสซีโร่ อาวุธติดตัวของโมเบียสนั้นเป็นปืนวัลแคน 40 มม.สองกระบอกและสามารถเลือกติดอาวุธอื่นๆไว้ใต้ตัวเครื่องได้ ซึ่งรูปแบบมาตรฐานของโมเบียสนั้นจะใช้ลิเนียร์กันแบบเดียวกับโมเบียสซีโร่และมิสไซล์สี่นัด ในเหตุการวาเลนไทน์เลือดซึ่งนับเป็นการเริ่มสงครามอย่างเต็มรูปแบบนั้น โคโลนียูเนียส 7 ก็ถูกทำลายจากมิสไซล์หัวรบนิวเคลียร์ที่ใช้โมเบียสยิง หลังจากที่ GAT-Xซีรีส์ถูก ZAFTชิงไปจากเฮลิโอโปลิสก็ได้มีการทดลองติดบีมแคนน่อนพิสัยไกลกับโมเบียสเพื่อรับมือเกราะ PS เนื่องจากบีมแคนน่อนนี้มีตัวจ่ายพลังงานที่ใหญ่มากจึงไม่สามารถติดเซนเซอร์จับเป้าหมายได้ โมเบียสที่ใช้บีมแคนน่อนนี้จึงต้องให้ยานลำอื่นชี้เป้าให้ แต่ในการสู้รบทั่วๆไปนั้นโมเบียสก็นับว่ามีพลังในการต่อสู้ที่ด้อยกว่าจินน์ประมาณ 3 - 5 เท่าตัว เมื่อกองทัพพันธมิตรโลกได้ทำการผลิตสไตรค์แด็กเกอร์ก็ได้ใช้เป็นกำลังหลักแทน แต่ก็ยังมีการใช้งานโมเบียสโดยเน้นที่การโจมตีแบบฉาบฉวย และหลังจากที่ได้ข้อมูลของ Nแจมเมอร์แคนเซลเลอร์มาแล้วก็ได้กลับมาใช้ในการโจมตีเป้าหมายด้วยนิวเคลียร์อีกครั้ง

รูปแบบของโมเบียสซีโร่นั้นต่อมาก็ได้รับการพัฒนาไปเป็นสไตรเกอร์แพ็ค AQM/E-X04 แต่เนื่องจากไม่สามารถติดตั้งกันบาเรลกับยานคอสโมแกรสเปอร์ได้จึงต้องออกแบบเป็นยานที่มีค็อกพิตในตัวแทน โดยเมื่อจะประกอบกับ MSนั้นก็จะพับส่วนหัวยานขึ้นให้ส่วนที่ติดกันบาเรลประกอบเข้าด้านหลังและส่วนหัวยานจะแยกออกมาไม่ให้เป็นน้ำหนักถ่วง กันบาเรลของกันบาเรลสไตรเกอร์นั้นได้รับการปรับปรุงให้มีขนาดเล็กลงและติดอาวุธเป็นเรลกันกับมิสไซล์แทนปืนกลพร้อมกับมีปืนแก็ตลิ่งติดใต้หัวยานเป็นอาวุธเสริม ซึ่งตามแผนเดิมของพันธมิตรนั้นจะให้มูว์ ลา ฟลากาเป็นนักบินของสไตรค์กันดั้มและใช้กันบาเรลสไตรเกอร์ แต่หลังจากที่มูว์ได้ย้ายไปเข้ากับอาณาจักรอ็อบพร้อมกับยานอาร์คแองเจิล จึงได้หานักบินใหม่ที่สามารถใช้กันบาเรลได้และก็ได้มอร์แกน ชูวาเลียร์ ผู้มีฉายาว่า หมาบ้าแห่งแสงจันทร์ซึ่งใช้ประกอบกับแด็กเกอร์แทน และหลังสงครามครั้งแรกก็ได้มีการพัฒนา TS-MA4F เอ็กซัส ตามรูปแบบของโมเบียสซีโร่โดยเพิ่มลิเนียร์กันเป็นสองกระบอกและติดมิสไซล์ลันเชอร์กับปืนกลไว้ที่ส่วนตัวเครื่อง ส่วนกันบาเรลก็ได้รับการปรับปรุงโดยเปลี่ยนอาวุธที่ติดไว้เป็นบีมกันและมีฟิลด์เอดจ์ซึ่งเป็นอาวุธที่ทำให้กันบาเรลสามารถเชือดศัตรูในระยะประชิดได้ ผู้ที่จะใช้กันบาเรลของเอ็กซัสได้นั้นยังคงต้องมีความสามารถพิเศษในการรับรู้สภาพรอบตัว โดยเครื่องหนึ่งนั้นเป็นของนีโอ ลอนอค หัวหน้าหน่วยแฟนธอมเพน ส่วนอีกเครื่องเป็นของมอร์แกน ชูวาเลียร์

ts-ma2mod00.jpg

TS-MA2mod.00 Moebius Zero

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kimitoshi Yamane
Armaments

  • linear gun
  • gunbarrel
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License