เมทัลเกียร์
tx-55.jpg

TX-55 Metal Gear

First appearance Metal Gear
Height 6.05 m
Weight 25 t
Armor tungsten/special heat resistant ceramic
Armaments

  • 1.5 cm vulcan gun
  • 20 cm laser vulcan
  • 2-tube nuclear missile launcher

เมทัลเกียร์ซึ่งพัฒนาที่เอาเตอร์เฮเวนเป็นรถถังมีขาติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ตามหนึ่งในดีไซน์ดั้งเดิมของอเล็กซานโดล เลโอโนวิทช์ กรานินจากหน่วยวิจัยอาวุธลับของสหภาพโซเวียต OKB-812 ในปี 1964 แต่ในขณะนั้นไม่ผ่านการพิจารณาจากเบื้องบนเนื่องจากยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถสร้างเครื่องจักรซึ่งเดินได้ดีพอและไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใช้รถถังแบบมีขาจึงได้เลือกสร้างชาโกฮอดใช้งานแทน ด้วยความน้อยใจ กรานินจึงได้ส่งดีไซน์ของเมทัลเกียร์ไปให้สหายชาวอเมริกัน ดร.ฮิวอี เอเมอริค ซึ่งเล็งเห็นว่าดีไซน์ของเมทัลเกียร์นั้นสามารถใช้เดินในพื้นที่ลำบากได้ดีกว่า

ผู้นำของเอาเตอร์เฮเวนนั้นได้ลักพาตัวลูกสาวของดร.ดราโก เปรโตรวิค แมดนาพื่อบังคับให้พัฒนาเมทัลเกียร์เป็นไพ่ตายในการข่มขู่ชาติตะวันตก เมทัลเกียร์นั้นได้รับการออกแบบให้สามารถเเดินข้าถึงและยิงมิสไซล์จากพื้นที่ภูมิศาสตร์แบบใดก็ได้จึงไม่จำเป็นต้องใช้จรวดขีปนาวุธและมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กสำหรับอาวุธที่ใช้ในการยิงนิวเคลียร์ ตัวเมทัลเกียร์เองนั้นใช้เกราะโลหะทังสเตนกับเซรามิกทนความร้อนสูง นอกจากเครื่องยิงจรวดนิวเคลียร์สองนัดแล้วยังมีปืนวัลแคน 150 มม.กับ เลเซอร์วัลแคน 200 มม.เป็นอาวุธป้องกันตัว แต่ก่อนจะได้ใช้งานเมทัลเกีร์นั้น โซลิด สเน็ค สายลับมือใหม่ของหน่วยพิเศษฟ็อกซ์ฮาวด์ ก็ได้ลอบเข้าไปช่วยลูกสาวขอดร.ดราโกและใช้ระเบิดพลาสติกทำลายขาของเมทัลเกียร์ได้

หลังจากที่เอาเตอร์เฮเวนถูกทำลาย ดร.ดราโกถูกคว่ำบาตรจากวงการวิทยาศาสตร์อเมริกันเนื่องจากทฤษฏีของตน ดร.ดราโกจึงได้ปรับปรุงดีไซน์ของเมทัลเกียร์ให้ประเทศซันซิบาร์แลนด์ โดยใช้ชื่อว่า เมทัลเกียร์ D และปรับปรุงอาวุธให้มีอานุภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสามารถบรรทุกมิสไซล์ได้ถึงหกนัด ดร.ดราโกยังได้ออกแบบเมทัลเกียร์กุสตาฟ ซึ่งเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากที่ไม่มีระบบยิงหัวรบนิวเคลียร์ แต่มีขนาดเล็กคล่องตัวและมีเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูง กุสตาฟนั้นได้รับการออกแบบไว้เป็นเหมือนหอสั่งการเคลื่อนที่ และใช้วิเคราะห์สถานการณ์ในสนามรบส่งไปให้พลทหารราบ รวมถึงใช้ระบบเซนเซอร์จับเป้าหมายเพื่อให้พลทหารทั้งหมดต่อสู้ด้วยยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมได้ แต่เนื่องจากประเทศซันซิบาร์ล่มสลายไปหลังปฏิบัติการของสเนคจึงไม่เคยมีการผลิตจริง

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License