
RGM-79L GM Light Armor
First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Overall height 17.8 m
Base weight 36.8 t
Armor titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 1250 kW
Armaments
- beam saber
- beam rifle
จิมที่สหพันธ์โลกพัฒนาให้ตามคำขอแต่งจิมสไนเปอร์คัสตอมจากนักบินระดับเอซซึ่งเคยขับเครื่องบินขับไล่มาก่อนและต้องการ MSที่เหมาะจะใช้ความเร็วเข้าทำลายศัตรูในครั้งเดียวอันเป็นสไตล์ถนัด จิมไลท์อาเมอร์จึงลดเกราะลงมาให้เบาที่สุดเท่าที่ทำได้และไม่มีโล่ ส่วนหัวไม่มีปืนวัลแคน บีมสเปรย์กันนั้นเปลี่ยนเป็นบีมไรเฟิลซึ่งมีพลังทำลายสูงกว่ามากแม้ว่าจะมีพลังงานที่จำกัดกว่า แม้จะมีพลังป้องกันที่ต่ำมากแต่จิมไลท์อาเมอร์ก็ได้รับความนิยมมากพอสมควรทีเดียว โดยนักบินของจิมไลท์อาเมอร์ที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือร้อยเอกแกรี โรเจอร์ และต่อมาสหพันธ์โลกก็ได้พัฒนารุ่นที่ใช้โครงสร้างแบบจิมคอมมานด์เพื่อให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอีกเป็น RGM-79GL จิมคอมมานด์ไลท์อาเมอร์

TGM-79 GM Trainer
First appearance Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Overall height 17.8 m
Base weight 40.5 t
Armor titanium alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments
- beam saber
จิมที่สหพันธ์โลกออกแบบให้เป็นเครื่องสำหรับฝึกนักบินควบคู่ไปกับซิมูเลเตอร์ในช่วงสงครามหนึ่งปี ค็อกพิตจะเป็นแบบสองที่นั่งสำหรับครูฝึกสอนนั่งด้านบนซึ่งเป็นครอบแก้วที่มองเห็นด้านนอกได้ จิมเทรนเนอร์นั้นมีสมรรถนะและการทำงานที่เหมือนจิมแทบทุกประการ แต่ใช้เกราะที่มีคุณภาพต่ำเพื่อให้ผลิตได้ในราคาถูกจึงไม่สามารถใช้ในการต่อสู้จริงได้ อาวุธติดตัวนั้นยังมีบีมเซเบอร์อยู่แต่ส่วนหัวไม่มีปืนวัลแคน
หลังสงครามหนึ่งปี สหพันธ์โลกก็ได้เปลี่ยนเครื่องฝึกมาเป็น TGM-79C จิมคานาล โดยใช้โครงสร้างของจิมรุ่นปรับปรุงแทน จิมคานาลไม่มีส่วนหัวเพราะมีโอกาสแตกหักระหว่างการฝึกซ้อมสูง อะไหล่ของจิมคานาลนั้นเป็นแบบหุ้มพลาสติกซึ่งมีราคาถูก ทนต่อแรงกระแทกได้ดีและเปลี่ยนได้ง่าย เมื่อใช้งานบนโลกก็จะติดเซนเซอร์ป้องกันการหกล้มไว้กับแบ็คแพ็คด้านหลัง ค็อกพิตของจิมคานาลเป็นแบบที่นั่งเดียวและสามารถปรับการแสดงผลได้ทั้งแบบสามจอของ MSสมัยสงครามหนึ่งปีและพาโนรามิกมองได้รอบตัว ส่วนครูฝึกนั้นจะอยู่ในจิมแคนน์ซึ่งเป็นแบบมีหัวและใช้ค็อกพิตแบบสองที่นั่ง ในกรณีฉุกเฉินนั้นจิมแคนน์สามารถบังคับเครื่องของนักบินฝึกหัดจากระยะห่างได้

TGM-79C GM Canard
First appearance Mobile Suit Gundam Ecole du Ciel
Designer Yoshinori Sayama
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments
- beam saber
- beam rifle
- shield

RGM-79V GM Night Seeker
First appearance MSV-R
Designer Kunio Okawara
Overall height 18.6 m
Base weight 76.7 t
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Armaments
- beam saber
- 60 mm vulcan gun
- bem spray gun
จิมซีรีส์ที่ได้รับการออกแบบสำหรับใช้ในการเข้ายึดฐานที่มั่นคืนจากซีอ้อนโดยเข้าจู่โจมจากทางอากาศ ที่หน้าอกและแบ็คแพ็คติดตั้งท่อขับดันไว้รวมหกจุดเพื่อช่วยชะลอความเร็วขณะทิ้งตัวจากยานขนส่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับการใช้ร่มชูชีพแบบกันดั้มภาคพื้นดินแล้ว จิมไนท์ซีกเกอร์จะลงสู่พื้นได้เร็วกว่าและมีโอกาสสามารถเข้าใกล้เป้าหมายก่อนจะถูกสังเกตเห็นมากกว่าด้วย ส่วนหัวติดเซนเซอร์เสริมแบบหน้ากากและมีระบบเซนเซอร์ที่ใช้สื่อสารระหว่างจ่าฝูงกับลูกทีม จิมไนท์ซีกเกอร์ 12 เครื่องแรกนั้นดัดแปลงมาจากจิมร่นมาตรฐาน และหลังจากนั้นก็มีเครื่องที่ดัดแปลงเป็น RGM-79LV จิมไนท์ซีกเกอร์ทูว์ซึ่งลดน้ำหนักลงมาเพื่อความคล่องตัวแบบจิมไลท์อาเมอร์ จิมไนท์ซีกเกอร์ทูว์นั้นเมื่อเปิดท่อขับดันเต็มที่จะกระโดดได้สูงถึง 400 เมตรจึงสามารถให้ยานขนส่งรับกลับไปทางอากาศหลังจบภารกิจได้ ส่วนท่อขับดันเสริมนั้นออกแบบให้ปลดทิ้งไปได้เมื่อใช้เชื้อเพลิงจนหมดเพื่อไม่ให้เป็นน้ำหนักถ่วง ซึ่งเมื่อได้สร้างจิมไนท์ซีกเกอร์เพิ่มก็ได้ทำให้ปลดท่อขับดันได้ด้วยเช่นกัน
จิมไนท์ซีกเกอร์นั้นมีการใช้งานต่อมาถึงหลังศึกกรีปส์โดยปรับปรุงตามแบบจิมทูว์จึงมีค็อกพิตเป็นแบบพาโนรามิกมองได้รอบตัว จิมไนท์ซีกเกอร์ที่ปรับปรุงแล้วนี้เป็นของหน่วยพิเศษ ไนท์เยเกอร์ และมีเครื่องหนึ่งซึ่งเป็นของหัวหน้าหน่วย ร้อยเอกวาสุกี (ยาซาน เกเบิล) ซึ่งดัดแปลงมาจากจิมทรีแทน ติดมีดบีมไว้ด้านหลังและใช้เฟย์ดีนไรเฟิลกับงูทะเลของฮัมบราบีเป็นอาวุธเสริมพร้อมกับใช้โล่ของไฮแซ็คป้องกันตัว จิมไนท์ซีกเกอร์ของไนท์เยเกอร์นั้นต่อมาก็ได้รับการปรับปรุงโดยเปลี่ยนส่วนหัวและแบ็คแพ็คเป็นของเจกัน และเครื่องของวาสุกีก็ใช้บีมไรเฟิลรุ่นทดลองและติดเสาอากาศขนาดใหญ่ไว้ที่หัว

RGM-79V GM Night Seeker
First appearance MSV-R: The Return of Johnny Ridden

RRf-06 Zanny
First appearance Gundam Tactic Mobility Fleet 0079
Designer Kunio Okawara
Head height 18 m
Base weight 48.3 t
Armor super hard steel alloy
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 980 kW
Armaments
- 60 mm vulcan gun
- 120 mm low-recoil cannon
MSซึ่งสหพันธ์โลกใช้เก็บข้อมูลในการพัฒนา MSของตนเองควบคู่ไปกับโปรเจ็คท์ V ซึ่งที่มาของแซนนีนั้นไม่ชัดเจนนักโดยบ้างก็ว่าสหพันธ์ใช้การดัดแปลงจากซาคุทูว์ที่ยึดมาได้จากซีอ้อนและบ้างก็ว่าเป็น MSที่สถานีอวกาศแกรนาดาประกอบเองโดยติดสินบนบริษัทซีโอนิคให้ส่งชิ้นส่วนให้อย่างลับๆ แซนนีมีสายส่งพลังงานที่โยงอยู่นอกตัวคล้ายกับซาคุทูว์ ส่วนหัวจะคล้ายกับจิมที่พัฒนาในเวลาต่อมาและมีปืนวัลแคนติดตั้งไว้ มือเป็นแบบสามนิ้วแต่ก็สามารถใช้ปืนแรงสะท้อนต่ำ 120 มม.เป็นอาวุธมือถือได้ แซนนีนั้นเป็น MSที่ได้รับงบในการพัฒนามาน้อยกว่าโปรเจ็คท์ V นอกจากสมรรถนะจะต่ำแล้วระบบยังมีปัญหาระหว่างปฏิบัติการอยู่บ่อยๆด้วย ซึ่งสหพันธ์ก็ใช้แซนนีในการเก็บข้อมูลและฝึกนักบินโดยไม่ได้ใช้ในการรบจริง
ในภาค Thunderbolt ยังมี MSที่กลุ่มพันธมิตรทะเลใต้ใช้งานคือ SRf-06 ดาห์เล ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับแซนนี (ในความเป็นจริงนั้น ดาห์เลก็คือแซนนีที่เปลี่ยนดีไซน์ใน Thunderbolt ภาคมังงะ) โดยนอกจากส่วนหัวซึ่งยังเป็นแบบจิมแล้ว ดาห์เลจะมีชิ้นส่วนต่างๆรวมถึงมือแบบห้านิ้วตามปกติที่คล้ายกับซาคุทูว์มากกว่า ดาห์เลยังใช้อาวุธแบบซาคุทูว์เป็นหลักแต่ก็สามารถใช้บีมเซเบอร์และโล่แบบจิมได้

Srf-06 Dahle
First appearance Mobile Suit Gundam Thunderbolt
