ซิวิเลียนแอสเทรย์
ut-1d.jpg

UT-1D Civilian Astray DSSD Custom

First appearance Mobile Suit Gundam SEED C.E. 73 DELTA ASTRAY
Designer Junichi Akutsu
Head height 17.2 m
Weight 61.54 t
Special feature electromagnetic propulsion system
Armaments

  • laser torch
  • beam gun
  • shield

ในช่วงที่กลุ่มพันธมิตรโลกใช้กำลังเข้ายึดอาณาจักรอ็อบนั้น หยุน เซฟานซึ่งเป็นพนักงานของสถาบันมอเกนเรทและล่าช้าอยู่เพราะการขนย้ายควอนตัมคอมพิวเตอร์ทำให้อพยพไปกับคนอื่นๆไม่ทันและได้รับความช่วยเหลือจากจังค์กิลด์ซึ่งเข้าทำการบูรณะอ็อบหลังการต่อสู้ หลังจากที่ได้อะไหล่ของ M1แอสเทรย์เป็นจำนวนมากมาเป็นค่าตอบแทน หยุนซึ่งได้เข้ากับจังค์กิลด์ก็ได้ออกแบบ MSสำหรับทำงานคือ MWF-JG71 เรสตาให้ (Raysta สลับอักษรจาก Astray) โดยใช้ชิ้นส่วนเป็นแบบเดียวกับ M1แอสเทรย์ถึง 40% และได้รับการออกแบบให้เปลี่ยนและดัดแปลงชิ้นส่วนต่างๆได้ง่าย ส่วนหัวของเรสตานั้นปกติแล้วจะเป็นแบบครอบแก้วแต่ก็สามารถเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยแบบที่เป็นที่นิยมนั้นเป็นแบบสองตาและติดเสาอากาศ Vฟิน ส่วนขาและเท้านั้นมีกลไกให้แปลงสภาพเป็นเครนยกของได้ซึ่งมีไว้ใช้งานในอวกาศและไม่เหมาะจะใช้ทำงานที่ต้องการความละเอียด เรสตานั้นเป็น MSสำหรับทำงานจึงมีกำลังมากแต่ปกติแล้วจะไม่ติดตั้งอาวุธ ซึ่งจังค์กิลด์ก็ได้ให้สาธารณชนเช่าเรสตาไปใช้งานได้แต่ห้ามนำไปติดอาวุธ แต่เนื่องจากว่าโครงสร้างของเรสตานั้นดัดแปลงมาจาก M1แอสเทรย์จึงสามารถติดอาวุธได้ง่ายมาก จังค์กิลด์เองนั้นในเมื่อใช้เรสตาป้องกันตัวก็จะใช้อาวุธเป็นบีมไรเฟิลกับโล่ของ M1แอสเทรย์ หยุนเองซึ่งทำงานขนส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆก็มีเรสตาแบบพิเศษซึ่งติดตั้งคอนเทนเนอร์บรรทุกของที่ด้านหลังและขาทั้งสองข้าง ส่วนหัวติดตั้งเสาอากาศสำหรับติดต่อกับดาวเทียมของจังค์กิลด์ เรสตาของหยุนยังใช้ชิ้นส่วนของ M1แอสเทรย์มากกว่า 60%จึงมีสมรรถนะที่สูงกว่าปกติ

เมื่อองค์กรสำรวจอวกาศ DSSDต้องการ MSสำหรับทำงานและเป็นกำลังป้องกันตัวก็ได้ให้จังคฺกิลด์และวิศวกรที่อพยพจากอ็อบพัฒนาให้โดยใช้ข้อมูลของกันดั้มแอสเทรย์และ M1Aแอสเทรย์ เรียกว่า UT-1D ซิวิเลียนแอสเทรย์ ซึ่งซิวิเลียนแอสเทรย์ของ DSSDนั้นมีหมวกแบครอบแก้วปิดหน้าเพื่อใช้ป้องกันเซนเซอร์จากเทหวัตถุและเสาอากาศก็เปลี่ยนจากแบบ Vฟินเป็นแบบปกติ แบ็คแพ็คของซิวิเลียนแอสเทรย์นั้นติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นแบบของวอลทัวร์ลูมิเอลของสตาร์เกเซอร์ ระบบขับเคลื่อนแบบแม่เหล็กไฟฟ้านี้มีกำลังไม่มากนักแต่เนื่องจากไม่เกิดมลพิษเหมือนเครื่องยนต์แก็สหรือพลาสมาจึงนับว่าเหมาะกับภารกิจสำรวจของ DSSD ที่แบ็คแพ็คนี้ยังมีท่อขับดันแบบปกติติดอยู่จึงทำให้ความคล่องตัวของซิวิเลียนแอสเทรย์สูงพอที่จะชดเชยพลังป้องกันที่ต่ำได้ โดยปกติแล้วซิวิเลียนแอสเทรย์จะไม่ติดตั้งอาวุธแต่ใช้คบเลเซอร์ทอชกับโล่ป้องกันการกระแทกขณะทำงานในอวกาศ ในกรณีที่จำเป็นต้องทำการต่อสู้นั้นจะสามารถติดบีมกันของ DSSDและเพิ่มกำลังของเลเซอร์ทอชเพื่อใช้เป็นอาวุธได้ ซิวิเลียนแอสเทรย์รุ่น DSSDนี้มีเครื่องของลีออง เกรฟสมาชิกของกลุ่ม PMCที่ทาสีเป็นสีม่วงและใช้ปืนลูกซองต่อต้านอากาศยานของดินน์เป็นอาวุธ และต่อมาก็ได้ดัดแปลงเป็น PMC-1L อาร์มแอสเทรย์ โดยปรับระบบขับเคลื่อนแบบแม่เหล็กไฟฟ้าให้สามารถรับพลังงานจากภายนอกได้ และเนื่องจากลีอองนั้นใช้ยิงโจมตีจากระยะไกลบ่อยๆจึงได้เพิ่มอานุภาพของบีมกันและเปลี่ยนเซนเซอร์เป็นแบบความแม่นยำสูง

จังค์กิลด์ยังได้ซื้อลิขสิทธิ์ของซิวิเลียนแอสเทรย์ DSSDไปเพื่อดัดแปลงและผลิตขายเป็น MWF-JG73 ซิวิเลียนแอสเทรย์ JG โดยตั้งใจให้ใช้งานทั่วไปได้มากขึ้นแทนที่จะเน้นการใช้งานในอวกาศ และผลิตได้ในราคาถูกตามแบบของเรสตาแต่สร้างโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตใหม่เองทั้งหมด ซิวิเลียนแอสเทรย์ JGนั้นตั้งใจให้ปรับแต่งได้มากตามความต้องการของลูกค้า และได้เลือกใช้เซนเซอร์แบบสองตาซึ่งเป็นแบบที่นิยมของเรสตา เนื่องจากส่วนหัวแบบนี้มีราคาแพงในช่วงแรกจึงติดครอบแก้วป้องกันส่วนหน้าไว้ด้วย แต่เนื่องจากมีลูกค้าขอให้เอาออกไปบ่อยๆในเวลาต่อมาจึงไม่ติดไว้เแต่แรกอีก ซิวิเลียนแอสเทรย์ JGมีสีมาตรฐานเป็นสีขาวาส้มแต่ก็มีลูกค้าขอให้ทาใหม่อยู่บ่อยๆ จุดเชื่อมต่อด้านหลังนั้นออกแบบให้สามารถใช้อุปกรณ์ทั้งหมดของกันดั้มแอสเทรย์ได้ ซึ่งจังค์กิลด์นั้นสามารถดัดแปลงซิวิเลียนแอสเทรย์ให้มีรูปลักษณ์แบบกันดั้มแอสเทรย์แบบดั้งเดิมได้ ซึ่งแม้ว่าจะต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ถึง 34% แต่ในบรรดาซิวิเลียนแอสเทรย์ที่ขายไปนั้นก็มีที่ขอให้แต่งแบบนี้ประมาณ 4% จังค์กิลด์นั้นยังมีเงื่อนไขห้ามนำไปติดอาวุธเหมือนเรสตาแต่ในสภาพที่สงครามดำเนินไปนั้นจึงถูกละเลยอยู่บ่อยๆ โดยโลว กิลได้ยกเครื่องหนึ่งให้ดิเอโก โลเวลและสวมเกราะมาร์สแจ็คเก็ตที่ถอดมาจากเรดเฟรมให้ และอีกเครื่องนั้นโลวได้ดัดแปลงเป็นเทิร์นเดลตา ให้แอกเนส บราเอใช้แทนเดลตาแอสเทรย์ซึ่งเสียหายอย่างหนัก ซิวิเลียนแอสเทรย์อีกเครื่องคือ ซิวิเลียนแอสเทรย์ 0คัสตอม ซึ่งปรับแต่งตามรูปแบบของบลูเฟรมเซคันด์ Gและติดสไตรเกอร์แพ็ค IWSPโดยเน้นที่พลังทำลายในระดับสูง โดยนอกจากอาวุธมาตรฐานของ IWSPแล้ว ที่ไหล่และขาของ 0คัสตอมนั้นติดตั้งมิสไซล์ลันเชอร์ "พาร์ดัส " ด้านหลังมีท่อขับดันซึ่งสามารถติดโล่ปืนแก็ตลิ่งได้สองแผง บีมไรเฟิลที่ใช้นั้นได้รับการปรับปรุงให้มีอานุภาพมากกว่าเดิม และยังมีโล่คิดปืนแก็ตลิ่งแฝดอีกแผง และแอสเทรย์เบลซเรด ซึ่งติดส่วนหัวแบบบลูเฟรมเซคันด์กับแท็คติคอลอาร์มไว้กับส่วนตัวเครื่องที่แต่งแบบเรดเฟรม

ut-1d-leon.jpg

UT-1D Civilian Astray DSSD Custom

First appearance Mobile Suit Gundam SEED FRAME ASTRAYS

pmc-1l.jpg

PMC-1L Arms Astray PMC Custom

First appearance Mobile Suit Gundam SEED FRAME ASTRAYS
Head height 17.32 m
Weight 59.12 t
Special feature electromagnetic propulsion system
Armaments

  • laser torch
  • 190 mm anti-air shotgun
  • beam gun
  • shield
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License