ไนท์แมร์

VF-17S Nightmare

First appearance Macross 7
Designer Shoji Kawamori
Overall height 15.82 m
Empty weight 11.95 t
Armaments

  • anti-aircraft laser gun
  • laser gun
  • medium-bore beam cannon
  • micro-missile launcher
  • 7-barrel gatling gun pod
  • beam adapter

VFที่บริษัทเจเนรัลกาแล็กซีพัฒนาต่อมาจากแวมไพร์ โดยเน้นการใช้งานแบบโจมตีฐานที่มั่นและการโจมตีแบบเน้นเฉพาะจุดซึ่งเป็นจุดด้อยของธันเดอร์โบลต์ ไนท์แมร์นั้นใช้รูปแบบของเครื่องบินสเตลธ์และใช้สีพิเศษที่ดูดซับคลื่นเรดาร์จึงมีชื่อเล่นว่าสเตลธ์วาลคีรี อาวุธพื้นฐานทั้งหมดของไนท์แมร์นจึงเก็บไว้ในตัว โดยที่ขานั้นมีช่องเก็บอาวุธซึ่งนอกจากมิสไซล์แล้วยังใช้เก็บกันพ็อดซึ่งออกแบบให้พับเก็บลำกล้องได้และมีกระสุนสำรองกับอแด็ปเตอร์ซึ่งเมื่อต่อกับกันพ็อดก็จะยิงบีมที่มีอานุภาพรุนแรงออกไป นอกจากที่หัวแล้วที่ลำตัวของไนท์แมร์ก็มีปืนเลเซอร์ติดไว้ และที่แขนก็มีบีมแคนน่อนซึ่งร่างเกอร์วอล์คของไนท์แมร์นั้นสามารถยืนเฉพาะปืนที่แขนออกมาได้ ไนท์แมร์ยังสามารถในการติดอุปกรณ์เสริมอย่างจานเรดาร์หรือซูเปอร์แพ็คเป็นบีมแคนน่อนขนาดใหญ่สองกระบอกกับไมโครมิสไล์ลันเชอร์ ไนนท์แมร์ยังสามารถใช้โฟลด์บูสเตอร์รุ่นต้นแบบได้แต่เพราะเป็นอุปกรณ์รุ่นทดลองจึงไม่ปลอดภัยนัก

รูปทรงของไนท์แม่ร์นั้นออกแบบโดยเน้นการใช้งานในอวกาศจึงมีเกราะที่หนาและใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังมากกว่าของธันเดอร์โบลต์ถึงเท่าตัว แต่ก็มีรูปทรงตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่แย่จึงมีความคล่องตัวต่ำ ไนท์แมร์ยังนับว่ามีราคาแพงและดูแลรักษายาก สหประชาชาติจึงสั่งซื้อให้นักบินชั้นดีของกองยานอาณานิคมใช้งาน โดยในกองยานมาครอส 7 นั้นเป็นของทีมไดอามอนด์ฟอร์ซซึ่งลูกทีมใช้ VF-17D ที่เป็นรุ่นมาตรฐานและมีเลเซอร์ที่หัวสองกระบอก ส่วนหัวหน้าทีม กินริว นั้นใช้ VF-17S ซึ่งใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังมากกว่า 10% และติดเลเซอร์ไว้ที่หัวสี่กระบอก ซึ่งมิเลีย ฟาลินา เจนัส ผู้ว่าของซิตี 7 เคยนำ VF-17S เครื่องนี้ไปใช้โดยทาสีแดงซึ่งเป็นสีประจำตัว จนกระทั่งกัมลิน คิซากิขึ้นเป็นหัวหน้าไดอามอนด์ฟอร์ซจึงได้ทาสีกลับตามเดิม

หลังจากที่สหประชาชาติเตรียมปลดระวางธันเดอร์โบลต์และใช้เอ็กซ์คาลิเบอร์แทนนั้น ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงของเอ็กซ์คาลิเบอร์ทำให้ผลิคเข้าประจำการได้ช้ากว่าที่คาดไว้มาก บริษัทเจเนรัลกาแล็กซีจึงได้ออกแบบไนท์แมร์ใหม่เป็น VF-171 ไนท์แมร์พลัสเพื่อให้นักบินทั่วไปบังคับได้ง่ายขึ้นและสามารถผลิตจำนวนมากได้ เครื่องยนต์ของไนท์แมร์พลัสมีกำลังที่ต่ำลง โครงสร้างได้รับการแก้ไขโดยคำนึงถึงการใช้งานในบรรยากาศด้วยจึงเพรียวบางกว่าไนท์แมร์แต่ก็สามารถใช้พินพอยน์บาเรียป้องกันตัวได้ ไนท์แมร์พลัสยังใช้ระบบพรางตัวที่มีประสิทธิภาพขึ้น ที่แขนไม่มีบีมแคนน่อนอีกแต่สามารถเสริมมิสไซล์ไว้กับปีกได้ ไนท์แมร์พลัสนั้นเข้าเป็นกำลังของของสหประชาชาติแทนธันเดอร์โบลต์และเอ็กซ์คาลิเบอร์ และต่อมาก็พัฒนาเป็น VF-171EX ไนท์แมร์พลัส EX ตามที่ติด EXเกียร์เหมือนเมสไซอาห์ ทั้งยังใช้เครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงกว่าของไนท์แมร์ซึ่งเกราะของไนท์แมร์พลัส EXนั้นใช้พลังงานมากกว่า VFทั่วไปประมาณ 20%และฉาบบีมโคตไว้ ไนท์แมร์พลัส EXยังมีรุ่นที่ใช้อีจิสแพ็คสำหรับใช้งานด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์คือ RVF-171EX

vf-17s-super-fighter.jpg

Equipped with FAST pack

vf-17d-fighter.jpg

VF-17D Nightmare

Empty weight 11.85 t

vf-171-fighter.jpg

VF-171 Nightmare Plus

First appearance Macross Frontier
Designer Shoji Kawamori
Empty weight 12.15 t
Special feature pinpoint barrier
Armaments

  • small beam cannon
  • medium beam cannon
  • micro-missile launcher
  • gun pod
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License