ครอสโบนกันดั้ม X-1
xm-x1.jpg

XM-X1 Crossbone Gundam X-1

First appearance Mobile Suit Crossbone Gundam
Designer Hajime Katoki
Head height 15.9 m
Base weight 9.5 t Full weight 24.8 t
Armor gundarium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 5280 kW
Special feature bio-computer, anti-beam coating cloak, Core Block system
Armaments

  • beam saber
  • heat dagger
  • scissor anchor
  • vulcan gun
  • zanbuster (buster gun, beam zanber)
  • grenade
  • brand marker

MSรุ่นต้นแบบซึ่งเดิมนั้นก็คือ F97ที่ SNRIส่งไปให้กลุ่มโจรสลัดครอสโบนแวนการ์ดใช้ในการต่อต้านจักรวรรดิดาวพฤหัสและเก็บข้อมูลการใช้งานในตัว ครอสโบนกันดั้มนั้นได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานในพื้นที่ของดาวพฤหัสที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาแต่แรกแล้วจึงมีความจำเป็นจะต้องติดท่อขับดันที่มีกำลังมาก แต่การติดท่อขับดันตามปกตินั้นก็จะทำให้ตัวเครื่องใหญ่ขึ้นไปด้วยซึ่งทำให้ประสิทธิภาพลดลงไป SNRIจึงได้แก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบของคลัสเตอร์กันดั้มซึ่งใช้ระบบคอร์บล็อกที่มีท่อขับดันปรับตำแหน่งได้ขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากด้านหลังพร้อมกับผสมลักษณะที่ศึกษาจากเบอร์กาซีรีส์และวิกนาซีรีส์ของครอสโบนแวนการ์ดทำให้กลายเป็นท่อขับดันที่ติดกับแขนกลรูปกากบาทขนาดใหญ่ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวได้มากซึ่งนอกจากจะทำให้ปรับตำแหน่งของท่อขับดันหลักได้มากแล้วยังช่วยบังคับทิศทางด้วย AMBACได้ด้วย ถ้าใช้งานบนโลกแล้วครอสโบนกันดั้มก็จะสามารถบินได้ด้วยกำลังของตนเอง เนื่องจากว่าในขณะนั้นบีมชิลด์เป็นอาวุธที่แพร่หลายแล้วและเบรา โรนาห์ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของโจรสลัดครอสโบนแวนการ์ดก็ต้องการหลีกเลี่ยงการฆ่าศัตรูเท่าที่สามารถทำได้ SNRIจึงออกแบบครอสโบนกันดั้มให้เน้นการต่อสู้ระยะประชิดตัวซึ่งทำให้ต้องมีเกราะป้องกันที่ดี ระบบระบายความร้อนของครอสโบนกันดั้มจึงไม่ดีนัก แต่ส่วนหัวของครอสโบนกันดั้มจะอ้าปากเพื่อระบายความร้อนของไบโอคอมพิวเตอร์ได้คล้ายกับกันดั้ม F91

อาวุธพื้นฐานของครอสโบนกันดั้มนั้นก็คือปืนวัลแคน บีมเซเบอร์ซึ่งเป็นบีมกันของยานคอร์ไฟเตอร์ มีดความร้อนที่เก็บไว้ในขาซึ่งนอกจากจะดึงออกมาตามปกติแล้วยังปล่อยให้ยื่นออกมาใต้เท้าโจมตีศัตรูด้วยท่าถีบได้ และเกราะเอวด้านหน้าก็เป็นคีมติดโซ่ซึ่งสามารถปล่อยออกไปจับเป้าหมายหรือใช้ติดอาวุธดาบแล้วเหวี่ยงจากระยะห่างได้ ในตอนแรกนั้น SNRIได้ส่งครอสโบนกันดั้มไปให้กลุ่มโจรสลัดสองเครื่องคือ XM-X1 ซึ่งเป็น MSประจำตัวของคินเคด นาว (ซีบุ๊ค อาโน) กับ XM-X2 ของซาบีเน ชาล SNRIยังได้ส่งอุปกรณ์รุ่นทดลองสำหรับครอสโบนกันดั้มทั้งสองเครื่องคือบีมซันเบอร์ซึ่งเป็นบีมเซเบอร์แบบติดระบบเร่งอนุภาคที่ทำให้มีกำลังมากจนสามารถใช้ฟันผ่าบีมเซเบอร์หรือบีมชิลด์ของ MSทั่วๆไปได้ กับบัสเตอร์กันซึ่งใช้ประกอบกับบีมซันเบอร์เป็นปืนซันบัสเตอร์ซึ่งนอกจากใช้ยิงบีมแล้วยังสามารถต่อเกรเน็ดยิงออกไปได้ โดยครอสโบนกันดั้มนั้นมีอแด็ปเตอร์เลื่อนลงมาปิดตาข้างหนึ่งเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ที่แขนทั้งสองข้างของครอสโบนกันดั้มยังมีแบรนด์มาร์คเกอร์ซึ่งเป็นบีมชิลด์ที่ปล่อยบีมจากร่องรูปกากบาทด้านหน้าทำให้ถูกทำลายได้ยากกว่าบีมชิลด์ทั่วๆไปมากและก็สามารถปรับให้แผ่บีมออกมาจากด้านหน้าสำหรับโจมตีเป้าหมายโดยสวมกับหมัดหรือศอก และผ้าคลุมบีมโคตซึ่งสามารถป้องกันลำแสงจากบีมได้ในระดับที่จำกัดก่อนจะเสียหายจนหมดสภาพแต่ก็มองเห็นได้ยากกว่าบีมชิลด์มาก

หลังการต่อสู้กับหน่วยเดธเกล ครอสโบนกันดั้ม X-1ก็ได้รับการปรับปรุงโดยเปลี่ยนคีมที่เอวเป็นแส้ติดสว่านเพื่อให้สามารถต่อสู้กับ EMS-VSX1 ควาวาเซซึ่งมีจุดเด่นที่ช่วงของอาวุธที่ยาวกว่าได้ หลังการต่อสู้กับจักรวรรดิดาวพฤหัสที่โจมตีโลกอย่างเต็มรูปแบบ ซีบุ๊คก็ได้มอบ X-1 ให้โทเบีย อโลแนกซ์ที่เลือกเป็นโจรสลัดต่อ โทเบียได้ดัดแปลง X-1อีกครั้งเป็นครอสโบนกันดั้ม X-1สกัลฮาร์ท โดยเขียนลายหัวกะโหลกไว้ที่หน้าอกเหมือนครอสโบนกันดั้ม X-3 แส้สว่านข้างหนึ่งถูกเปลี่ยนกลับเป็นคีมตามเดิม โทเบียยังได้เพิ่มอาวุธใหม่คือพีค็อคสแมชเชอร์ซึ่งเป็นหน้าไม้บีมที่ติดบีมกันไว้รวมเก้าประบอก สกัลฮาร์ทนั้นถูกทำลายในการต่อสู้กับคอร์นิกซ์ของดาวพฤหัส และช่วงแรกนั้นซ่อมให้ใช้งานได้โดยใช้อะไหล่ของ X-3 เรียกว่าครอสโบนกันดั้ม X-1แพทช์เวิร์ค โดยถอดแบรนด์มาร์คเกอร์ออกไปและติด Iฟิลด์บาเรียร์ที่แขนกับแก็ตลิ่งที่หน้าอกของ X-3แทน พร้อมกับเพิ่มโล่ติดตะขอสายเคเบิลที่แขนซ้ายเป็นอาวุธใหม่ ครอสโบนกันดั้ม X-1นั้นได้รับการซ่อมแซมจนสมบูรณ์เป็นครอสโบนกันดั้ม X-1ฟุลโคลธ เนื่องจากว่า SNRI ไม่มีทรัพยากรที่จะสามารถให้การสนับสนุนพวกโทเบียได้อีกต่อไปจึงได้เอาอุปกรณ์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ทั้งหมดมาใช้ในการปรับปรุงฟุลโคลธ เกราะฟุลโคลธที่เป็นเหมือนผ้าคลุมนั้นใช้ผ้าคลุมบีมโคตมาปูทับซ้อนๆกันบนแผงท่อขับดันซึ่งสามารถขยับเปิดไม่ให้เกะกะตอนเข้าต่อสู้ในระยะประชิดได้จึงทนทานกว่ามาก ส่วนที่เหมือนหัวกะโหลกบนไหล่ของฟุลโคลธนั้นติดตั้ง Iฟิลด์บาเรียร์ไว้ซึ่งครอสโบนกันดั้มฟุลโคลธสามารถถอดมาสวมไว้ที่มือได้ ครอสโบนกันดั้มฟุลโคลธยังมีทั้งมุรามาสะบลาสเตอร์และพีค็อคสแมชเชอร์เป็นอาวุธมือถือ

นอกจากนั้นยังมีครอสโบนกันดั้ม X-1ฟุลอาเมอร์ ซึ่งอยู่ในภาคพิเศษ Super Robot Taisen Dai Gaiden ที่เป็นรุ่นปรับปรุงของ X-1ที่อุมอน ซามอนซึ่งเคยเป็นนักบินชั่วคราวของ X-1 มาก่อนเป็นผู้ออกแบบโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับ SNRI ส่วนบ่าขนาดใหญ่ของฟุลอาเมอร์นั้นติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานเสริมไว้โดยมีอาวุธหลักเมุรามาสะไฮบัสเตอร์ซึ่งใช้สายพลังงานเชื่อมต่อภายนอกโดยตรงจากเครื่องกำเนิดพลังงานที่บ่าขวาจึงมีอานุภาพสูงกว่ามุรามาสะบลาสเตอร์มาก ส่วนไหล่ซ้ายนั้นติดโล่ขนาดใหญ่ซึ่งมีลิ่มไพล์บังเกอร์แฝดติดเอาไว้ เกราะส่วนขาก็ได้รับการเสริมเกราะและติดลิ่มไพล์บังเกอร์ไว้ที่เข่าด้วยเช่นกัน ที่ส่วนหัวเสริมปืนวัลแคนแบบติดตั้งภายนอกและเกราะเอวด้านหลังก็สามารถติดถังเชื้อเพลิงเสริมได้ เนื่องจากว่าอุมอนนั้นยังไม่ไ้เรียนรู้เทคนิควิศวกรรมระดับสูงงานจึงออกมาค่อนข้างหยาบ โดยเฉพาะมุรามาสะไฮบัสเตอร์ซึ่งใช้วิธีต่อสายพลังงานภายนอกจึงมีโอกาสที่จะโดนโจมตีได้ ซึ่งทำให้ต้องเชื่อมต่อผ่านแขนและพลังทำลายก็จะลดลงมาอย่างมาก

xm-x1-kk.jpg

XM-X1 Crossbone Gundam X-1 Kai Kai Skull Heart

First appearance Mobile Suit Crossbone Gundam Skull Heart
Designer Hajime Katoki
Head height 15.9 m
Base weight 9.5 t Full weight 24.8 t
Armor gundarium alloy/ceramic composite
Powerplant Minovsky type ultracompact fusion reactor
Power output 5280 kW
Special feature bio-computer, anti-beam coating cloak, Core Block system
Armaments

  • beam saber
  • heat dagger
  • scissor anchor
  • screw whip
  • vulcan gun
  • zanbuster (buster gun, beam zanber)
  • grenade
  • peacock smasher
  • brand marker
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License