พาหนะ ZAFTอื่นๆ
laurasia.jpg

Laurasia class

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kimitoshi Yamane
Overall length 150 m
Armaments

  • 58 mm CIWS
  • 450 mm multipurpose Vertical Launch System
  • 125 mm cannon
  • 2-barrel 450 mm railgun
  • 2-barrel 937 mm high-energy cannon

ยานอวกาศซึ่งเป็นกำลังหลักในช่วงแรกของกองยาน ZAFT ยานชั้นลอเรเซียนั้นได้รับการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับ MSมาแต่แรก โดยโรงเก็บ MSนั้นอยู่ใต้ตัวยานซึ่งสามารถบรรทุก MSได้หกเครื่องและเป็นคาทาพัลท์ส่งตัว MSในตัวรวมถึงสามารถแยกออกจากตัวยานเป็นแคปซูลสำหรับเข้าสู่บรรยากาศโลกได้ด้วย ตัวลอเรเซียเองนั้นมีอาวุธเป็นป้อมปืนพลังงานสองลำกล้องด้านบนตัวยาน ปืนเรลกัน 450 มม.ซึ่งติดไว้ที่หัวยานสองกระบอกกับแบบป้อมสองลำกล้องด้านหน้างป้อมปืนพลังงาน มิสไซล์ลันเชอณ์แนวดิ่ง และปืนต่อต้านอากาศยานสำหรับป้องกันตัวในระยะประชิด ยานชั้นลอเรเซียลำหนึ่งนั้นก็คือกามอฟ ซึ่งได้ร่วมกับเวซาเลียสในปฏิบัติการยึด GAT-Xซีรีส์ไปจากโคโลนีเฮลิโอโพลิส


nazca.jpg

Nazca class

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kimitoshi Yamane
Overall length 255 m
Armaments

  • 58 mm CIWS
  • 450 mm multipurpose Vertical Launch System
  • 2-barrel 66 cm railgun
  • 120 cm high-energy cannon

ยานประจัญบานซึ่งเข้าประจำการเป็นกำลังหลักของ ZAFTหลังจากยานชั้นลอเรเซีย ยานชั้นนาซคานั้นมีอาวุธหลักเป็นปืนใหญ๋พลังงานสูงด้านข้างหัวยานสองกระบอกกับป้อมเรลกัน 66 มม.แบบสองลำกล้องข้างสะพานเดินเรือ แม้จะติดอาวุธไว้น้อยกว่ายานชั้นลอเรเซียแต่ก็มีขนาดใหญ่และสมรรถนะที่สูงกว่าและสามารถปฏิบัติการร่วมกับ MSได้ดีกว่าโดยมีโรงเก็บ MSในตัวยานเอง นาซคานั้นมีความเร็วที่เทียบได้กับอาร์คแองเจิลและเป็นยานแม่ที่เร็วที่สุดในกองยาน ZAFTก่อนหน้าเอเทอนัล ยานชั้นนาซคาที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือเวซาเลียสซึ่งเป็นยานใต้บังคับบัญชาของราอู เลอ ครูเซในปฏิบัติการยึด GAT-Xซีรีส์ไปจากโคโลนีเฮลิโอโพลิส หลังเหตุการณ์เบรคเดอะเวิร์ลด์ซึ่งกองทัพพันธมิตรโลกได้ตอบโต้แพลนท์โดยการโจมตีด้วยนิวเคลียร์นั้น ยานชั้นนาซคาลำหนึ่งนั้นก็ได้ป้องกันการโจมตีไว้ได้โดยใช้อุปกรณ์นิวตรอนสแตมปีเดอร์ซึ่งแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบังคับให้อาวุธนิวเคลียร์จุดชนวนก่อนกำหนด แต่นิวตรอนสแตมปีเดอร์นั้นจะไหม้หลังจากที่ใช้งานเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและยังใช้งานได้เฉพาะในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

nazca-ns.jpg

Equipped with Neutron Stampeder

First appearance Mobile Suit Gundam SEED DESTINY


LHM-BB01 Minerva

First appearance Mobile Suit Gundam SEED DESTINY
Designer Kimitoshi Yamane
Overall length 350 m
Armaments

  • 40 mm CIWS
  • missile launcher ('Neidhardt' space missile, 'Parsifal' ground missile, 'Dispar' interceptor missile)
  • torpedo launcher ('Wolfram' torpedo)
  • 'Isolde' 42 cm triple cannon
  • 'Tristan' dual beam cannon
  • 'Tannhäuser' positron blaster cannon

ยานรบที่ ZAFTพัฒนาหลังสนธิสัญญายูเนียสและมีบทบาทในการต่อสู้สำคัญทุกครั้งของ ZAFTตลอดสงครามครั้งที่สองโดยมีทาเลีย กลาดิสเป็นผู้บัญชาการ มิเนอร์วานั้นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานร่วมกับ MSรุ่นเซคันด์สเตจโดยเฉพาะอิมพัลส์กันดั้มจึงเป็นยานลำเดียวที่มีระบบส่งพลังงานลำแสงดิวเทเรียมซึ่งใช้ชาร์จแบตเตอรีของ MSรุ่นเซคันด์สเตจขณะปฏิบัติการอยู่ได้และมีช่องปล่อยตัวที่เล็กเป็นพิเศษสำหรับใช้ปล่อยชิ้นส่วนของอิมพัลส์โดยเฉพาะ มิเนอร์วายังสามารถปฏิบัติการได้ทั้งในอวกาศและบนโลกรวมทั้งยังสามารถเข้าสู่บรรยากาศโลกได้ ลักษณะเด่นของมิเนอร์วาก็คือมีปีกขนาดใหญ่ที่กางได้อยู่ด้วย รูปแบบอาวุธของมิเนอร์วานั้นจะคล้ายกับยานชั้นอาร์คแองเจิลของกลุ่มพันธมิตรโลก โดยมีมิสไซล์ลันเชอร์ ตอร์ปิโดลันเชอร์ ปืนกลระยะประชิด 40มม. ปืนใหญ่"อิโซลเด" บีมแคนน่อน"ทริสแทน" และอาวุธที่รุนแรงที่สุดก็คือปืนใหญ่โพซิตรอน "ทานฮอยเซอร์"

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License