จินน์

ZGMF-1017 GINN

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kunio Okawara
Head height 21.43 m
Weight 78.5 t
Armaments

  • heavy sword
  • 76 mm heavy assault machine gun
  • 'Pardus' 3-barrel missile launcher
  • 'Canus' short-range guided missile
  • 'Cattus' 500 mm recoilless cannon
  • 'Barrus Kai' heavy ion cannon

MSรุ่นผลิตจำนวนมากรุ่นแรกของ ZAFT จินน์นั้นเริ่มพัฒนาเป็นรุ่นต้นแบบคือ YMS-01B ซึ่งต่อมาเรียกว่าโปรโตจินน์ โครงสร้างของจินน์นั้นพัฒนาต่อมาจากหุ่นยนต์ทำงานที่จอร์จ เกลนใช้บนยานสำรวจอวกาศ ซิออลคอฟสกี รูปแบบของโปรโตจินน์นั้นค่อยๆได้รับการปรับปรุงไปจนสมบูรณ์เป็น ZGMF-1017 ส่วนโปรโตจินน์ที่ผลิตออกมามากแล้วนั้นได้ใช้เป็นเครื่องฝึกนักบินต่อมา เนื่องจากในขณะนั้นกลุ่มพันธมิตรโลกยังไม่มี MSของตนเองจินน์จึงได้รับการออกแบบโดยเน้นที่การต่อสู้กับ MA โมเบียสของกลุ่มพันธมิตรโลกเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วจินน์แต่ละเครื่องมีพลังในการต่อสู้ที่เทียบได้กับเมเบียส 3 ถึง 5 เครื่อง อาวุธมาตรฐานของจินน์นั้นเป็นดาบกับปืนไรเฟิลจู่โจม 76 มม. ที่ขามีฮาร์ดพอยน์ที่สามารถติดมิสไซล์พ็อด "พาร์ดัส" ได้ ในกรณีที่ต่อสู้กับยานรบหรือเข้าโจมตีฐานที่มั่นของศัตรูก็สามารถใช้มิสไซล์นำวิถี "คานุส" บาซูก้า 500 มม. "แคตตุส" หรือปืนอนุภาค "บาลุสรุ่นปรับปรุง" ซึ่งเป็นอาวุธบีมที่ ZAFTพัฒนาก่อนบีมไรเฟิลของ GAT-Xซีรีส์และมีอานุภาพใกล้เคียงกันแต่มีขนาดที่เทอะทะกว่ามากและใช้พลังงานจากตลับในตัวปืนซึ่งยิงได้เพียงสามนัดต่อตลับ

เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนาจินน์นั้นเป็นแบบเดียวกับหุ่นยนต์ทำงานพาวเวอร์โหลดเดอร์จึงสามารถสร้างเลียนแบบได้ไม่ยากนัก แต่ OSของจินน์นั้นมีความซับซ้อนซึ่งต้องใช้ปฏิกิริยา การรับรู้ และการเคลื่อนไหวที่ว่องไวกว่าคนธรรมดาของโคออดิเนเตอร์ ในกองทัพกลุ่มพันธมิตรโลกเองนั้นแม้จะมีจินน์ที่ยึดมาได้แต่คนที่ใช้ในการต่อสู้จริงได้ก็มีเพียงโคออร์ดิเนเตอร์ไม่กี่คนที่อยู่ในกองทัพเท่านั้น ซึ่งเครื่องของกลุ่มพันธมิตรนี้จะทาสีขาวให้ต่างออกไปและใช้เก็บข้อมูลจากการสู่รบ โดยหนึ่งในนั้นก็คือเครื่องของฌอน แครี ZAFTเองนั้นยังได้ขายโปรโตจินน์ให้เอกชนซึ่ง OSของโคออดิเนเตอร์นั้นจะทำให้คนธรรมดาไม่สามารถใช้ต่อสู้ได้แต่ก็สามารถทำงานซึ่งไม่ต้องการความเร็วนักได้ ทำให้มีจินน์ที่เอกชนเอาไปแต่งใช้งานเองอยู่มากมาย ZAFTเองได้พัฒนาจินน์ต่อมาอีกหลายรุ่น โดยจินน์รุ่นเล็กน้อยอย่างเป็นทางการที่ ZAFTใช้นั้นมีรุ่นงานพิธีซึ่งประดับให้สวยงามเพื่อใช้ในพิธีสวนสนาม ในช่วงแรกที่การผลิตซิกูล่าช้านั้น ZAFTก็ได้ให้ทีมช่างปรับแต่งจินน์ของนักบินฝีมือดีให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้นเป็นพิเศษไปก่อน โดยสองเครื่องนั้นเป็นของมิเกล ไอแมน "กระสุนสนธยา" และ กุด เวย์อา "วีรบุรุษแห่ง ZAFT" ซึ่งทั้งสองเครื่องนี้มีสมรรถนะที่สูงกว่าเครื่องอื่นๆและมีโล่โดยเครื่องของเวย์อาจะติดไว้ที่ไหล่ขวาส่วนของมิเกลเป็นแบบติดแขน

นอกจากนั้นยังมีรุ่น ZGMF-LRR704B จินน์รุ่นสอดแนมระยะไกล ซึ่งปรับปรุงพิเศษสำหรับลาดตะเวนและสอดแนมโดยติดตั้งจานเรดาร์ไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้างและปรับปรุงเซนเซอร์ให้ตรวจจับเป้าหมายในระยะไกลได้ดีขึ้นพร้อมกับออกแบบให้มีระยะในการปฏิบัติการที่ไกลกว่ารุ่นปกติ ทั้งยังใช้ค็อกพิตแบบสองที่นั่งให้นักบินผู้ช่วยทำการรวบรวมข้อมูล เนื่องจากไม่ได้รับการออกแบบให้เข้าต่อสู้กับศัตรูจึงติดตั้งอาวุธไว้เพียงสไนเปอร์ไรเฟิลเท่านั้นซึ่งแม้ระบบเซนเซอร์จะทำให้มีความแม่นยำสูงแต่พลังทำลายก็ต่ำมาก TMF/S-3 จินน์โอเคอร์ (OCHER = Operation Commando Hard Environment Reinforced) ซึ่งปรับแต่งสำหรับใช้ในพื้นที่ทุรกันดาร เนื่องจากเป็นรุ่นที่ออกแบบให้ใช้บนโลกเท่านั้น จึงได้ถอดอุปกรณ์สำหรับใช้ในอวกาศของรุ่นปกติออกไปรวมถึงไบน์เดอร์ปีกที่แบ็คแพ็คแล้วติดตั้งเครื่องยนต์แก๊สธรรมชาติและแบตเตอรีเสริม ส่วนข้อต่อและเซนเซอร์จะมีฉนวนป้องกันสิ่งแปลกปลอมตามที่โดยปกติแล้วจะใช้งานในพื้นที่ทะเลทราย แต่ก็สามารถปรับแต่ง OSให้ใช้งานในพื้นที่แบบอื่นๆได้ จินน์โอเคอร์จะอาวุธหลักเป็นปืนกลจู่โจมเหมือนจินน์ แต่ก็มีรุ่นที่ใช้ปืนไรเฟิลรุ่นทดลอง 37.5 มม.ด้วย ส่วนในระยะประชิดจะใช้ขวานแทนดาบ โดยปกติแล้ว ZAFTจะใช้จินน์โอเคอร์เป็นหน่วยสนับสนุนของบาคูว และสุดท้ายก็คือ UWMF/S-1 จินน์วอส์ป สำหรับใช้ในน้ำโดยใช้ข้อมูลของกูนปรับปรุงจินน์เฟมมุสอีกทีแต่ใช้โครงสร้างที่เหมือนจินน์โดยทั่วไปมากขึ้น พลังในการต่อสู้ของจินน์วอส์ปนั้นไม่สูงนักและเน้นการใช้งานค้นหาเป้าหมายในพื้นที่น้ำตื้นเป็นหลัก จินน์วอส์ปสามารถดำน้ำได้ลึก 100 เมตร ส่วนหัวติดไฟฉายและเซนเซอร์เสริมไว้ ส่วยแบ็คแพ็คติดตั้งระบบโซนาร์กับระบบขับเคลื่อนแบบไฮโดรเจ็ตสำหรับใช้งานในน้ำ ใช้อาวุธแบบมือถือคือปืนยิงลูกดอก ตอร์ปิโดลันเชอร์ หรือ ปืนโฟนอนเมเซอร์ ในภายหลัง ZAFTยังได้พัฒนารุ่นปรับปรุงโดยปรับปรุงเซนเซอร์ลอเรนซินีให้มีประสิทธิภาพและสามารถดำน้ำได้ดีขึ้น แต่ลักษณะภายนอกจะไม่ต่างจากรุ่นเดิม

จินน์อีกเครื่องนั้นเป็นของทหารรับจ้างไคท์ มาดิแกนซึ่งเป็นจินน์รุ่นมาตรฐานที่ทาลายกากบาทสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอดีตสมาชิกกลุ่มเซอคัสและใช้ปืนลูกโม่ที่เป็นอาวุธประจำตัวของไคท์ซึ่งสามารถยิงได้ทั้งบีมและกระสุนแบบต่างๆ พร้อมกับติดอาเมอร์ชไนเดอร์แบบฉาบบีมโคตไว้เหมือนดาบปลายปืน จินน์ของไคท์ยังมีเกราะแอสซอล์ทเชราด์ซึ่งเป็นเกราะเสริมของจินน์ที่ติดอาวุธไว้เป็นปืนกลแก็ตลิ่ง เกรเน็ดลันเชอร์และมิสไซล์ เกราะนี้หนักมากจึงทำให้ความคล่องแคล่วลดลง แต่ก็สามารถปลดทิ้งได้ระหว่างที่กำลังสู้อยู่ หลังเหตุการณ์บรคเดอะเวิลด์นั้นก็มีจินน์ของผู้ก่อการร้ายที่โจมตีเมืองโฟร์ตาเลซาซึ่งเป็นจินน์รุ่นปกติแต่เนื่องจากเป็นของกลุ่มก่อการร้ายซึ่งบำรุงรักษาไม่ดีนักจึงต้องติดระบบแสงไฟไว้ตามส่วนต่างๆเพื่อให้สามารถปฏิบัติการกลางคืนได้

zgmf-1017-miguel.jpg

ZGMF-1017 GINN Miguel Aiman Custom

First appearance Gundam SEED Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Head height 21.43 m
Weight 78.5 t
Armaments

  • heavy sword
  • 76 mm heavy assault machine gun
  • shield
zgmf-1017-goud.jpg

ZGMF-1017 GINN Goud Veia Custom

First appearance Mobile Suit Gundam SEED ASTRAY B

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License