โพรวิเดนซ์กันดั้ม
zgmf-x13a.jpg

ZGMF-X13A Providence Gundam

First appearance Mobile Suit Gundam SEED
Designer Kunio Okawara
Overall height 18.16 m
Weight 90.68 t
Armor Phase Shift armor
Power output 8826 kW
Special feature Neutron Jammer Canceler
Armaments

  • 'Picus' 76 mm CIWS
  • 'Judicium' beam rifle
  • DRAGOON
  • 'composite armed shield (beam saber, beam gun)

MSที่ ZAFT พัฒนาขึ้นมาจากข้อมูลของ GAT-Xซีรีส์ที่ขโมยมาได้และติดตั้ง Nแจมเมอร์แคนเซลเลอร์ให้ใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้ โพรวิเดนซ์กันดั้มนั้นสร้างเสร็จสมบูรณ์หลังจากฟรีดอมกันดั้มกับจิสติสกันดั้ม โดยเดิมทีนั้นตั้งใจให้เป็น MSที่เน้นการต่อสู้ในระยะประชิดจึงใช้โครงสร้างที่หนาหนักเพื่อให้มีความทนทานสูง แต่หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนแผนมาให้เป็น MSประจำตัวของราอู เลอ ครูเซ ซึ่งมีความสามารถพิเศษในการรับรู้สภาพรอบตัวจึงได้ติดตั้งระบบอาวุธบังคับระยะไกลเรียกว่าดรากูน (DRAGOON = Disconnected Rapid Armament Group Overlook Operation Network) ซึ่งใช้หลักการเดียวกับกันบาเรลของพันธมิตรแต่ใช้ระบบสื่อสารแบบควอนตัมส่งสัญญาณจึงไม่ต้องใช้สายเคเบิลทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้มากกว่ากันบาเรล แต่ดรากูนนั้นจะต้องกลับไปชาร์จพลังงานที่โพรวิเดนซ์เป็นระยะ โพรวิเดนซ์นั้นติดตั้งแผงดรากูนไว้ด้านหลังซึ่งมีดรากูนขนาดใหญ่สามอันและขนาดเล็กอีกสองอัน และที่เอวก็มีดรากูนเล็กอีกหกอัน ดรากูนทั้งหมดของโพรวิเดนซ์นั้นมีบีมกันรวม 43 กระบอกและโพรวิเดนซ์ก็มีระบบมัลติล็อคออนซึ่งทำให้สามารถใช้ดรากูนโจมตีศัตรูเป็นจำนวนมากได้พร้อมๆกัน ในตอนที่ติดตั้งระบบดรากูนให้นั้นโครงสร้างหลักของโพรวิเดนซ์กันดั้มก็สร้างเสร็จไปก่อนแล้วจึงต้องดัดแปลงโดยเสริมท่อขับดันเพื่อไม่ให้ความเร็วลดลงเพราะน้ำหนักของดรากูน และใช้สายเคเบิลส่งพลังงานโยงจากด้านหน้าไปยังแผงดรากูนด้านหลังซึ่งสายเคเบิลนี้ได้รับการป้องกันด้วยเกราะ PSไม่ให้เป็นจุดอ่อน อาวุธอื่นๆของโพรวิเดนซ์กันดั้มนั้นประกอบด้วยปืนวัลแคนสี่กระบอก โล่ติดแขนซ้ายซึ่งมีทั้งบีมกันและบีมเซเบอร์ในตัว กับบีมไรเฟิลแบบประทับบ่าขนาดใหญ่ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าบีมไรเฟิลลูพัสของจัสติสกันดั้มและฟรีดอมกันดั้ม ดรากูนขนาดเล็กบนแบ็คแพ็คนั้นยังสามารพับหันมายิงด้านหน้าโดยไม่ปล่อยออกมาได้

หลังสงครามครั้งแรก ZAFT ก็ได้พัฒนาดรากูนซิสเต็มต่อมาและได้ปรับปรุงจนทำให้นักบินที่ไม่มีความสามารถพิเศษสามารถใช้ดรากูนได้ในระดับจำกัดโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยในการควบคุม เดิมทีนั้น ZAFTได้ตั้งใจใช้ระบบดรากูนรุ่นใหม่นีเป็นวิซาร์ดแพ็คของซาคุซีรีส์ แต่เนื่องจากการจะใช้ระบบดรากูนใหม่ประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องมีพลังงานมากพอจึงได้สร้างใหม่ทั้งตัวเป็น ZGMF-X3000Q โพรวิเดนซ์ซาคุ ในขณะที่โพรวิเดนซ์กันดั้มนั้นเสริมดรากูนเข้าไปในโครงสร้าง MSที่มีอยู่แล้ว โพรวิเดนซ์ซาคุนั้นได้รับการออกแบบให้ใช้ดรากูนแต่แรกจึงใช้งานได้ดีกว่า โดยดรากูนทั้งหมดนั้นจะติดไว้ที่แผงด้านหลังซึ่งแผงดรากูนนี้สามารถพับและหันให้ยิงดรากูนขนาดใหญ่สองอันได้โดยไม่ต้องปล่อยออกมาซึ่งทำให้สามารถใช้งานดรากูนได้แม้จะอยู่บนโลกซึ่งไม่สามารถปล่อยดรากูนออกมาได้ ดรากูนขนาดเล็กของโพรวิเดนซ์ซาคุนั้นยังมีส่วนขอบเป็นคมจึงใช้บังคับให้แทงศัตรูได้ ส่วนดรากูนขนาดใหญ่ก็สามารถสร้างลิ่มบีมไว้แทงศัตรูได้เช่นกัน โพรวิเดนซ์ซาคุนั้นปกติแล้วจะติดท่อขับดันเสริมไว้ที่ไหล่แต่ก็สามารถถอดออกแล้วติดโล่แบบเดียวกับของซาคุซีรีส์ไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้างได้ รูปแบบของโพรวิเดรซ์ซาคุนี้ต่อมาได้พัฒนาไปอีกขั้นเป็น ZGMF-X666S เลเจนด์กันดั้มซึ่งพัฒนาโดยได้รับการสนับสนุนจากประธานกิลเบิร์ต ดูแรนดัลพร้อมๆกับเดสทินีกันดั้ม ดรากูนขนาดเล็กของเลเจนด์กันดั้มนั้นเปลี่ยนมาปเ็นแบบที่ไม่มีคมแต่สามารถหันทิศทางไปยิงศัตรูโดยไม่ต้องปล่อยออกมาได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บีมไรเฟิลนั้นก็พัฒนามาจากของโพรวิเดนซ์กันดั้มให้คงพลังทำลายไว้แต่มีขนาดที่เล็กใช้ง่ายกว่าเดิม ส่วนในระยะประชิดนั้นจะใช้"เดเฟียนท์รุ่นปรับปรุง"ซึ่งดัดแปลงมาจากบีมจาเวลินของบลาสต์อิมพัลส์กันดั้มเป็นบีมเซเบอร์คู่ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานแบบประกอบเป็นดาบสองปลายและสามารถขว้างได้ เลเจนด์กันดั้มยังมีบีมชิลด์ไว้ป้องกันตัว เลเจนด์กันดั้มนั้นเดิมส่งไปประจำยานมิเนอร์วาพร้อมกับเดสทินีกันดั้มเป็น MSประจำตัวของอัสรัน ซาลา แต่หลังจากที่อัสรันตัดสินใจหนีไปแล้วจึงได้เรย์ ซา บาเรลเป็นนักบินแทน

zgmf-x3000q.jpg

ZGMF-X3000Q Providence ZAKU

First appearance Gundam SEED DESTINY Mobile Suit Variations
Designer Kunio Okawara
Powerplant ultracompact hyper deuterion nuclear reactor
Special feature Neutron Jammer Canceler
Armaments

  • high-energy beam rifle
  • mobile turret/DRAGOON
  • anti-beam shield
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License