ไกอากันดั้ม

ZGMF-X88S Gaia Gundam

First appearance Mobile Suit Gundam SEED DESTINY
Designer Kunio Okawara
Overall height 17.8 m
Weight 69.85 t
Armor Variable Phase Shift armor
Special feature Deuterion beam energy supply system
Armaments

  • 'Vajra' beam saber
  • 'Griffon 2' beam blade
  • 12.5mm CIWS
  • 20 mm CIWS
  • high-energy beam rifle
  • beam assault gun
  • mobile shield

หนึ่งใน MSเซคันด์สเตจซีรีส์ของ ZAFT ซึ่งเดิมทีนั้น ZAFTมีแผนใช้โครงสร้างแบบคอร์สเปลนเดอร์ของอิมพัลส์กันดั้มสำหรับเน้นการต่อสู้ภาคพื้นดินโดยใช้เลกฟลายเยอร์แบบพิเศษซึ่งมีไบน์เดอร์ติดบีมเซเบอร์แทนมีด กับไกอาซิลลูเอ็ทซึ่งทำให้ไกอาอิมพัลส์สามารถแปลงเป็นแบบสัตว์สี่เท้าได้ตั้งแต่เอวลงไปและอาวุธหลักเป็นซอร์ดแคนน่อนซึ่งเป็นดาบแบบดาบต่อต้านยานรบที่ใช้ยิงเป็นปืนได้ซึ่งไกอาอิมพลัส์จะกวัดแกว่งดาบไปพร้อมๆกับที่วิ่งด้วยความเร็วสูง แต่เนื่องจากประเมินว่าจะใช้งานได้ไม่ดีพอจึงได้เปลี่ยนมาสร้างเป็น MSใหม่ทั้งเครื่อง ร่าง MSของไกอากันดั้มนั้นนับได้ว่าเป็นแบบมาตรฐานที่ใช้โครงสร้างซึ่งเน้นให้เบาคล่องตัวมากกว่าเครื่องอื่นๆ แต่สามารถแปลงร่างเป็นแบบ MAซึ่งใช้รูปแบบของ MSแบบสี่เท้าอย่างบาคูวที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงได้แม้แต่ในพื้นที่วิบากอย่างทะเลทรายซึ่งรูปแบบการต่อสู้ของไกอากันดั้มในร่าง MAนั้นก็จะเน้นที่การใช้ความเร็วเข้าโจมตีเป้าหมายแบบฉาบฉวย เมื่อแปลงร่างเป็น MAนั้นปีกด้านหลังจะกางออกและมีบีมเบลดติดอยู่ด้วยจึงสามารถใช้ความเร็วผ่านศัตรูและตัดเชือดจากด้านข้างได้ ด้านหลังของไกอากันดั้มยังมีบีมกันสองกระบอกซึ่งเน้นให้ใช้ในร่าง MA และบีมไรเฟิลซึ่งในร่าง MAนั้นจะติดไว้ที่บ่าขวาก็เป็นแบบปรับแต่งให้เหมาะกับการต่อสู้ด้วยความเร็วมากกว่าบีมไรเฟิลของเซคันด์สเตจเครื่องอื่นๆ เนื่องจาก MSแบบสี่เท้าของ ZAFTนั้นมีจุดอ่อนที่ส่วนท้องมีการป้องกันที่แย่มาก ไกอากันดั้มจึงใช้โล่ปิดไว้ที่ใต้ท้องในร่าง MA

ระหว่างการทดสอบที่แพลนท์ อาเมอรีวัน นั้น ไกอากันดั้มมีรีกะ เชเดอร์เป็นนักบินทดสอบ เมื่อหน่วยแฟนธอมเพนของกลุ่มพันธมิตรโลกได้บุกเข้าไปขโมย MSจากอาเมอรีวัน สเตลลา ลูเซียร์ก็ได้เป็นผู้ขโมยและใช้งานไกอากันดั้มซึ่งกลุ่มพันธมิตรโลกได้ให้รหัสใหม่เป็น RGX-03 จนกระทั่งสเตลลาได้ใช้ไกอากันดั้มต่อสู้กับอิมพัลส์กันดั้มและเซเวอร์กันดั้มเพียงคนเดียวที่สถานีวิจัยโลโดเนีย ยานมิเนอร์วาจึงเก็บเอาไกอากันดั้มคืนไปได้ แต่ในเวลาต่อมานั้น ไกอากันดั้มกลับไปอยุ่ในการครอบครองของเทอมินัล โดยมีแอนดรูว์ วอลท์เฟลด์เป็นนักบินซึ่งแอนดีได้ปรับให้เกราะ VPSเป็นโทนสีแดงแทนสีดำของแบบเดิม กลุ่มพันธมิตรโลกเองนั้นในช่วงท้ายของสงครามครั้งแรกก็ได้เริ่มโครงการพัฒนา MSที่สามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวของบาคูว์ไว้แล้วแต่ก็ล่าช้าไปจนต้องยุติลงเมื่อสงครามจบและถูกจำกัดกำลัง MSตามสนธิสัญญายูเนียส แต่เมื่อได้ไกอากันดั้มมาและเห็นว่าสามารถผลิตใช้งานด้วยราคาถูกได้จึงได้ใช้ข้อมูลของไกอากันดั้มพัฒนาเป็น GAT-X399/Q ไวลด์แด็กเกอร์ซึ่งใช้พาร์ทบางส่วนของแด็กเกอร์ L ร่าง MAของไวลด์แด็กเกอร์นั้นไม่มีปีกแต่บีมเซเบอร์ได้รับการดัดแปลงให้สามารถหันออกไปด้านข้างในร่าง MAได้ ส่วนหัวของร่าง MAนั้นติดปืนกลแก็ตลิ่ง 46 มม.เอาไว้ และที่หลังเอวก็มีปืนใหญ่ 175 มม.ติดไว้เหมือนหางของร่าง MAซึ่งใช้ยิงจุดอ่อนของศัตรูจากด้านหลัง ด้านหลังของไวลด์แด็กเกอร์ยังเป็นป้อมสำหรับติดอาวุธเสรมได้อีก แม้ไวลด์แด็กเกอร์จะเป็น MSรุ่นต้นแบบแต่ก็มีการผลิตออกมาถึง 70เครื่อง

zgmf-x56s-gaia.jpg

ZGMF-X56S/ζ Gaia Impulse Gundam

First appearance Mobile Suit Gundam SEED DESTINY ASTRAY
Armor Variable Phase Shift armor
Special feature Deuterion beam energy supply system, Core Splendor system (YFX-M56 Core Splendor)
Armaments

  • 'Vajra' beam saber
  • cannon sword
  • 20 mm CIWS
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License