ไวลด์ไลเกอร์

ZW01 Wild Liger

First appearance Zoids Wild
Overall length 8.4 m
Weight 48 t
Armaments

  • fang
  • claw
  • tail
  • tategami claw

Special attacks

  • King of Claw
  • King of Claw Spiral
  • King of Claw Screw

ซอยด์สายพันธุ์สิงโตซึ่งใช้ค็อกพิตแบบเปิด ซึ่งซอยด์สิงโตนั้นนับเป็นซอยด์ในตำนานที่ว่ากันว่ามีพลังในการต่อสู้เทียบได้กับซอยด์ขนาดกลางด้วยกันถึงหนึ่งร้อยตัวและหายากมากจนเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ไวลด์ไลเกอร์นั้นเดิมได้รับบาดเจ็บหลังจากที่หลบหนีจากจักรวรรดิเดธเมทัลและได้พบกับอาราชิซึ่งกลายเป็นคู่หูแม้ว่านอกจากเวลาต่อสู้แล้วไวลด์ไลเกอร์จะทำตามใจตัวเองเต็มที่ก็ตาม นอกจากเขี้ยวกับเล็บแล้วที่ปลายหางยังคมจนใช้เป็นอาวุธได้ เมื่ออาราชิใช้ซอยด์คีย์ทำการปลดปล่อยสัญชาตญาณเพิ่มพลังในการต่อสู้ของไวลด์ไลเกอร์ (ไวลด์บลาสต์) ส่วนที่เหมือนแผงคอบนหลังก็จะพับกางมาด้านหน้าเป็นเหมือนกรงเล็บขนาดใหญ่เรียกว่า ทาเทกามิคลอ ซึ่งใช้โจมตีเป็นท่าไม้ตาย คิงออฟคลอ ซึ่งในเวลาต่อมานั้นอาราชิก็ได้ไอเดียจากลมหมุนเพิ่มอานุภาพขึ้นเป็น คิงออฟคลอสไปรัล และเมื่อจิตของอาราชิกับไวลด์ไลเกอร์เป็นหนึ่งเดียวกันก็จะปลุกสัญชาตญาณในระดับที่สูงกว่าไวลด์บลาสต์ได้ ในสภาพนี้จะเรียกว่า คะคุเซย์ไวลด์ไลเกอร์ ซึ่งส่วนกรงเล็บสีทองจะประจุพลังงานจนเรืองแสงและตามช่องว่างเกราะและข้อต่อก็จะแผ่พลังงานส่วนเกินสีแดงออกมา ทำให้ความเร็วเพิ่มจากปกติเป็น 1.2 เท่าของปกติและทั้งกรงเล็บกับทาเทกามิคลอก็จะมีพลังทำลายเพิ่มขึ้นมาก แต่ทั้งพลังป้องกันกับความอดทนของไวลด์ไลเกอร์จะลดลง และจิตใจกับร่างกายของอาราชิก็จะได้รับผลไปด้วยเช่นกัน และในที่สุดจึงได้ทราบว่าแท้จริงนั้นไวลด์ไลเกอร์มีหน้าที่หยุดยั้งการอาละวาดของเดธเร็กซ์หากว่าตกไปอยู่ในการครอบครองของคนชั่ว

ในช่วงหนึ่งร้อยปีหลังความหายนะที่ซอยด์ปรากฏตัวบนโลกนั้นยังมีไวลด์ไลเกอร์รุ่นปรับปรุงของพันโท ไคลฟ์ ดิแอซ ซึ่งเปลี่ยนทาเทกามิคลอเป็นปืนใหญ่เก้าลำกล้องคล้ายกับของแคนน่อนบุลแต่เพิ่มปืนต่อต้านกาศยานสองกระบอกไว้ด้วย ที่ขาหลังยังติดชาร์จมิสไซล์สามลำกล้องไว้ นอกจากนั้นยังมี ZW25 บีสต์ไลเกอร์ ซึ่งเดิมนั้นเป็นซอยด์สิงโตที่เลโอ คอนรัดใช้ทำงานขนส่งสัมภาระอย่างเดียว แต่เมื่อเลโอได้ช่วยเหลือสาวน้อย แซลลี แลนด์ บีสต์ไลเกอร์ก็มีปฏิกิริยากับจี้ของแซลลีและวิวัฒนาการ (อีโวบลาสต์) ไปทำให้มีเกราะแบบไวลด์ไลเกอร์แต่เป็นสีแดงขาวแทน ทาเทกามิคลอของบีสต์ไลเกอร์นั้นมีสองรูปแบบคือเรดทาเทกามิคลอซึ่งส่วนคมเล็บจะเก็บไว้กับส่วนที่เหมือนฝักสีแดง และเมื่อยื่นคมเล็บออกไปก็จะเป็นโกลด์ทาเทกามิคลอ บีสต์ไลเกอร์นั้นเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสในการต่อสู้กับเจโนสปิโน และเมื่อฟื้นขึ้นมาด้วยรีเจเนเรชันคิวบ์นั้นก็อยู่ในสภาพก่อนวิวัฒนาการที่แทบไม่มีเกราะ ส่วนทาเทกามิคลอก็มีเพียงเล่มเดียวจึงได้เสริมด้วยอาวุธต่างๆที่รวมรวมมาได้ แต่เมื่อปลดปล่อยวิวัฒนาการอีกครั้งในการต่อสู้กับไดรแพนเธอร์นั้นก็กลายเป็น ZW36 ไรซิงไลเกอร์ โดยมีเกราะไรซิงอาเมอร์ซึ่งสามารถป้องกันอาวุธบีมได้เป็นเกราะใหม่ ส่วนด้านหลังนั้นก็เปลี่ยนจากทาเทกามิคลอเป็นไรซิงยูนิตซึ่งประกอบด้วยปืนกลสำหรับยิงต่อสู้ระยะไกล กับทาเทกามิช็อตที่เป็นปืนไรเฟิลติดดาบปลายปืนซึ่งเมื่อกางคมดาบออกมาก็จะเป็นทาเทกามิเบลด ทาเทกามิช็อตนั้นใช้กระสุนจากลูกโม่ที่ติดอยู่อีกด้านของปืนกล ซึ่งเมื่อเปลี่ยนเป็นทาเทกามิเบลดนั้นก็จะใช้การจุดชนวนกระสุนเพิ่มแรงกระแทกของดาบ เล็บไรซิงคลอนั้นมีอานุภาพสูงขึ้นและส่วนหางที่หนักขึ้นเพื่อใช้ถ่วงน้ำหนักที่มากขึ้นของเกราะก็ทำให้ฟาดหางโจมตีได้รุนแรงขึ้นด้วย

กองทัพจักรวรรดินั้นก็มีการใช้งาน ZW45 เบิร์นนิงไลเกอร์ ซึ่งได้รับการออกแบบโครงสร้งเกราะให้มีน้ำหนักเบาและติดตั้งอาวุธขนาดเล็กไว้เป็นจำนวนมาก โดยด้านข้างหัวนั้นติดบีมกันสองลำกล้อง ที่บ่ามีปืนลูกซองตัดลำกล้องกับมิสไซล์ขนาดเล็ก ส่วนที่ขาหลังมีมิสไซล์นำวิถี ที่ปลายหางแบบแส้มีเเซนเซอร์ติดไว้ เล็บเท้าของเบิร์นนิงไลเกอร์นั้นนับว่ามีขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถใช้ตบกระแทกได้รุนแรง จุดเด่นของเบิร์นนิงไลเกอร์ก็คือด้านหลังนั้นมีส่วนที่เหมือนรางสำหรับติดตั้งอาวุธเสริมที่เรียกว่าคอร์ไดรฟ์เวพอนซึ่งใช้พลังงานจากซอยด์คอร์โดยตรงผ่านระบบคอร์ไดรฟ์ทำให้พลังในการต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยคอร์ไดรฟ์เวพอนแบบแรกนั้นก็คืออิมแพ็คท์แก็ตลิ่งที่ยิงกระสุนอิออนอานุภาพสูงออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนขาของเบิร์นนิงไลเกอร์นั้นได้รับการออกแบบให้รับแรงถีบจากการยิงอิมแพ็คท์แก็ตลิ่งโดยติดพาวเวอร์ไซลินเดอร์ไว้

zw01-kai.jpg

Wild Liger Kai

First appearance Zoids Wild ZERO
Armaments

  • anti-aircraft cannon
  • 3-tube charge missile
  • 9-barrel cannon
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License